คุยทุกเรื่องกับสนธิ ระบุว่า
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลงถึงสถานการณ์ราคาน้ำมัน โดยระบุว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงยืดเยื้อ และยังไม่มีแนวโน้มจะยุติ แม้จะมีความพยายามเจรจา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานในตลาดโลก
.
ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่กี่วัน โดยจากประมาณ 198 เหรียญ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พุ่งขึ้นไปถึงราว 242 เหรียญ ในวันที่ 23 มีนาคม ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นแบบก้าวกระโดด
.
การปรับขึ้นของราคาน้ำมันโลกดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในหลายประเทศทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
สำหรับประเทศไทย ได้รับผลกระทบโดยตรงเช่นกัน โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระการชดเชยราคามาอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้สถานะทางการเงินเริ่มตึงตัวมากขึ้น
.
ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีการใช้เงินไปแล้วกว่า 35,000 ล้านบาท และยังมีเงินไหลออกเฉลี่ยวันละประมาณ 2,000 ล้านบาท ทำให้สภาพคล่องลดลงและสถานะติดลบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
จากสถานการณ์ดังกล่าว คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจึงมีมติปรับลดการชดเชยราคาน้ำมัน ทั้งในกลุ่มดีเซลและเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับเพิ่มขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร
.
แม้จะมีการปรับขึ้นราคา แต่กองทุนน้ำมันยังคงให้ความช่วยเหลือบางส่วน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งมีผลต่อภาคขนส่งและเศรษฐกิจ รวมถึงแก๊สโซฮอล์บางประเภทเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
.
หน่วยงานชี้แจงว่าการปรับขึ้นราคาครั้งนี้แตกต่างจากในอดีต เนื่องจากสถานการณ์ครั้งนี้ราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นรวดเร็วและรุนแรง จึงไม่สามารถทยอยปรับแบบขั้นบันไดเหมือนช่วงวิกฤตที่ผ่านมาได้
.
สำหรับแนวโน้มในอนาคต รวมถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นถึงระดับใด เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์โลกและความสามารถของกองทุนน้ำมันในการรักษาเสถียรภาพราคา
.
ในส่วนของการประกาศปรับราคาน้ำมันช่วงกลางดึก มีการชี้แจงว่าเป็นกระบวนการตามขั้นตอนที่ต้องรอราคาน้ำมันอ้างอิงจากต่างประเทศและคำนวณโครงสร้างราคาให้ครบถ้วน พร้อมยืนยันว่าไม่มีการกักตุนสินค้าและไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ผู้ค้าน้ำมันแต่อย่างใด
……………
