สำนักข่าวราษฎร ระบุว่า
“ยศชนัน” อภิปรายเสนอแก้ปัญหาพลังงาน ชู 3 มิติ แก้วิกฤตพลังงานลาม “ปัจจัย 4” กระทบค่าครองชีพ 80% แนะรัฐอุ้มกลุ่มเปราะบาง-เร่งเครื่องพลังงานสะอาด-พลังงานสีเขียวรับอนาคต
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายญัตติปัญหาของวิกฤติพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน ว่า วิกฤตในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับกระทรวงพลังงานอย่างเดียว เป็นความร่วมมือกันของหลายกระทรวง ทุกภาคส่วน ทุกกระทรวง ตนเองขอนำเสนอใน 3 มิติ ในการบริหารจัดการสภาวะวิกฤตตะวันออกกลาง
มิติแรก คือ ปัจจัย 4 ประกอบด้วย อาหาร เครื่องนุ่มห่ม สินค้าอุปโภคบริโภค ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค โดยเป็นสิ่งสำคัญ คิดเป็น 70 – 80% ของค่าใช้จ่ายของพวกเราที่มีความจำเป็น คืออาหาร เริ่มจากต้นน้ำของเรื่องนี้ คือเรื่องการเกษตร ปุ๋ย อุปกรณ์ทางการเกษตรที่ต้องใช้น้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล คนที่ค้าขาย ตนเองอยากสะท้อนว่าเป็นเรื่องของหลายกระทรวง และหลายมิติ เรื่องปัญหาวัตถุดิบที่เกิดจากโลจิสติกส์ พลาสติก ส่วนเรื่องเครื่องนุ่งห่ม ที่ต้องดูแลสินค้าอุปโภค บริโภค ที่ต้องดูแลเรื่องกลไกราคา การขนส่งและโลจิสติกส์ ที่อยู่อาศัย ในเรื่องค่าเช่า ค่าไฟ การเดินทาง ทั้ง 3 ส่วนนี้ คนที่เดือดร้อน มีทั้งประชาชน และผู้ประกอบการรวมกัน ทุกกระทรวงมีความจำเป็นที่ต้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ เรื่องยารักษาโรค เป็นเรื่องสำคัญ น้ำมันเป็นต้นน้ำ กลางน้ำ เป็นเคมีภัณฑ์ และปลายน้ำ จะมีสองเรื่องคือ สารตั้งต้นของการผลิตยา ซึ่งปกติมีการนำเข้าจากจีน และอินเดีย แต่ขณะนี้เรื่องการขนส่งล่าช้า โดยขอชื่นชม อย. ที่เริ่มมีการดำเนินการเรื่องนี้แล้ว แต่สิ่งที่อยากให้รัฐบาลเข้าไปช่วย action plan ช่วยเหลือให้ชัด
รวมถึงเรื่องการรักษาทางไกล การที่คนเดินทาง บางทีอาจจะไม่ทัน ต้องมีการรักษาทางไกล ซึ่งต้อง เตรียมความพร้อมเรื่องบรรจุภัณฑ์ ถุงน้ำเกลือ มีความจำเป็นที่ต้องสต๊อกให้เพียงพอ ซึ่งขณะนี้ยังไม่เกิดปัญหา แต่เราสามารถเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้
มิติที่สอง เป็นเรื่องความเร่งด่วนต้องดูแลตั้งแต่กลุ่มเปราะบางก่อน รถพยาบาล รถฉุกเฉิน ผู้ป่วยต่าง ๆซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องทำ เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ที่ประชาชนหลายคนมีความจำเป็นต้องใช้ และเรื่องการอุปโภคบริโภคทั่วไป โดยต้องบริหารกฎหมายด้านการก่อสร้างต่าง ๆ ที่อาจจำเป็นหากบางอย่างล่าช้า จะเกิดความเดือดร้อนกับประชาชน
มิติที่สาม อนาคตโครงสร้างราคาน้ำมัน ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน การใช้ระบบดิจิทัล ติดตามตั้งแต่โรงกลั่น ไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่งไม่ใช่แค่ปั๊มน้ำมัน รวมถึงเรื่องพลังงานทดแทน การนำพลังงานชีวภาพ โซลาร์เซลล์ ไฮโดรเจน ซึ่งต้องเริ่มในเรื่องพลังงานสีเขียว และการกระจายซัพพลายเชน ตนเองหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลที่จะสามารถดูแลเรื่องนี้ และทุกกระทรวงสามารถตอบปัจจัยสามมิติได้อย่างทั่วถึงเพื่อประชาชน
“ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด มีความจำเป็นต้องลำดับให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ” นายยศชนัน กล่าว
