16 กรกฎาคม 2569
คดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ยังคงเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง หลังการจับกุมผู้ต้องหาหลายรายที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงสอบ และมีบางรายเคยดำรงตำแหน่งคณะทำงานหรือที่ปรึกษาของนักการเมือง ทำให้แรงกดดันพุ่งตรงไปยังรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย
นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ว่า ได้รับรายงานจากตำรวจแล้ว พร้อมยืนยันให้ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ และกล่าวชัดว่า
“หากเกี่ยวข้องกับใคร ก็โดนหมด”
เมื่อถูกถามว่า หากเชื่อมโยงถึงระดับแกนนำพรรคภูมิใจไทยจะดำเนินการหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า
“แน่นอน ยิ่งเป็นคนของพรรค ก็ไม่มีเว้น”
พร้อมย้ำว่า หากพบผู้กระทำผิดต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีข้อยกเว้น
ยอมรับต้องคัดกรองทีมงานใหม่
นายกรัฐมนตรีระบุอีกว่า หลังจากนี้จะเพิ่มมาตรการตรวจสอบบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะทำงาน ที่ปรึกษา หรือผู้ช่วยรัฐมนตรีอย่างเข้มงวด พร้อมวิจารณ์การตั้งคณะทำงานจำนวนมากว่า
“บางคนตั้งทีมงาน 20-30 คน บ้าแล้ว”
โดยย้ำว่า ตำแหน่งทางการเมืองไม่ใช่พื้นที่สำหรับตอบแทนบุญคุณส่วนตัว แต่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
รัฐมนตรีสาธารณสุขแจง ปม “ดร.วิน”
ด้าน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยอมรับว่า นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ “ดร.วิน” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีโกงสอบ เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะทำงานเมื่อปี 2568 แต่ระบุว่า รู้จักกันเพียงช่วงสั้น ๆ จากการแนะนำของทีมงาน และไม่เคยมีความสัมพันธ์ส่วนตัว
นายพัฒนายืนยันว่า พร้อมให้เจ้าหน้าที่สอบสวนอย่างเต็มที่ และจะไม่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
คดีใหญ่ที่สังคมจับตา
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาหลักหลายราย ได้แก่ จ.ส.ต.ดร.พิชิต ทั้งพรม, นายวิน ธนพชรโภคิน และ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน ในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
ต่อมา ศาลอาญา มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหลัก โดยให้เหตุผลว่าคดีมีลักษณะเป็นการกระทำเป็นขบวนการ มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก และเกรงว่าจะหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
บทพิสูจน์รัฐบาล
นักวิเคราะห์การเมืองหลายฝ่ายมองว่า คดีนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาล เพราะหากการสอบสวนสามารถขยายผลไปถึงผู้มีอำนาจหรือบุคคลระดับสูงได้จริง ก็อาจช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการปราบปรามการทุจริต
ขณะเดียวกัน หากการดำเนินคดีหยุดอยู่เพียงผู้ปฏิบัติการระดับล่าง ก็อาจทำให้เกิดข้อสงสัยจากสังคมถึงความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย
ขณะนี้การสอบสวนยังอยู่ระหว่างดำเนินการ และยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ผู้ที่ถูกกล่าวหาทุกคนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามหลักกฎหมาย จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
⸻
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Manager Online, คำให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์, ข้อมูลจากพนักงานสอบสวนและศาลอาญา
