15 กรกฎาคม 2569
ศาลรัฐธรรมนูญประชุมพิจารณาคดีสำคัญด้านการเลือกตั้ง 2 วาระ โดยมีคำสั่ง ชะลอการวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด เพื่อรอความเห็นจากพยานผู้เชี่ยวชาญและให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนนำมาประกอบการพิจารณา
คดีดังกล่าวเกิดจาก ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 หลังได้รับเรื่องร้องเรียนรวม 22 คำร้อง เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้ร้องเห็นว่าการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มี รหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด อาจทำให้สามารถสืบทราบตัวตนหรือผลการลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิได้ ซึ่งอาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยลับที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้
ศาลเห็นว่ายังมีประเด็นที่ต้องอาศัยความเห็นทางวิชาการและข้อมูลเชิงเทคนิคเพิ่มเติม จึงมีคำสั่งชะลอการวินิจฉัยไว้ก่อน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบ
ในวันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติ เป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง ของ นายดิเรก พรสีมา อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ยื่นขอให้วินิจฉัยว่าการจัดการเลือก สว. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเลขาธิการ กกต. ในระดับอำเภอและระดับจังหวัด ไม่เป็นไปโดยลับ สุจริต และเที่ยงธรรม
ศาลวินิจฉัยว่า กรณีดังกล่าวมีกฎหมายกำหนดกระบวนการและช่องทางร้องเรียนไว้โดยเฉพาะ อีกทั้งผู้ร้องยังสามารถใช้สิทธิผ่านศาลอื่นได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา 213 ส่งผลให้ศาลมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา
คดีนี้นับเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สังคมจับตา เพราะในอดีตได้มีข้อถกเถียงเกี่ยวกับ ความลับของการลงคะแนนเสียง และการใช้เทคโนโลยีบนบัตรเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายที่กังวลเห็นว่ารหัสต่าง ๆ อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ขณะที่หน่วยงานผู้จัดการเลือกตั้งยืนยันมาตลอดว่าระบบดังกล่าวมีไว้เพื่อการบริหารจัดการและตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง ไม่ได้ใช้เปิดเผยตัวตนของผู้ลงคะแนน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ศาลรัฐธรรมนูญ และข้อมูลการประชุมศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 15 กรกฎาคม 2569
