15 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.30 น.
นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา เมื่อกองบัญชาการกองทัพไทยแต่งตั้ง นายทหารติดต่อ (Liaison Officer : นตต.) คนแรก ประจำ กองบัญชาการสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก (USPACOM) ณ ค่าย Camp H.M. Smith มลรัฐฮาวาย เพื่อทำหน้าที่ประสานงานด้านการทหารระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือทางทหารที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งมีการฝึก การประชุม และการปฏิบัติการร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดย USPACOM เป็นหน่วยบัญชาการหลักที่รับผิดชอบพื้นที่ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย ทำให้การมีนายทหารประจำอยู่ที่ฮาวาย จะช่วยลดขั้นตอนการประสานงานและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินภารกิจร่วมกัน
ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารติดต่อคนแรก คือ พันเอก วราการ สุปินะเจริญ จากสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหาร ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนกองบัญชาการกองทัพไทยในการเข้าร่วมประชุม ประสานงาน และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ USPACOM รวมถึงเชื่อมโยงการทำงานของทั้ง 4 เหล่าทัพของไทยกับฝ่ายสหรัฐฯ
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ แม้ประเทศไทยจะมีผู้ช่วยทูตทหารของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อยู่แล้ว แต่การเดินทางมายังฮาวายต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง และยังต้องรับผิดชอบภารกิจร่วมกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) และสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ส่งผลให้การประสานงานกับ USPACOM ไม่สะดวกเท่าที่ควร
แนวคิดการจัดตั้งตำแหน่งดังกล่าวได้รับการผลักดันมาตั้งแต่สมัย พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด โดยใช้เวลาหลายปีในการหารือและคัดเลือกบุคลากร ก่อนจะสามารถแต่งตั้งนายทหารติดต่อคนแรกได้สำเร็จ
ด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ข้อความแสดงความยินดี พร้อมระบุว่า นายทหารติดต่อของกองบัญชาการกองทัพไทยจะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงกองทัพของทั้งสองประเทศ และร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ USPACOM เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
พร้อมยกคำกล่าวของนายทหารติดต่อไทยว่า การได้รับหน้าที่ครั้งนี้ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และสะท้อนถึงมิตรภาพอันยาวนานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความเคารพ และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน อันเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
คำขวัญที่สถานทูตสหรัฐฯ ใช้สรุปความสัมพันธ์ครั้งนี้คือ “Not just allies on paper — allies in action, every day.” หรือ “ไม่ใช่เพียงพันธมิตรในนาม แต่เป็นพันธมิตรที่ลงมือปฏิบัติร่วมกันในทุกวัน”
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข้อมูลจาก วาสนา นาน่วม, สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และกองบัญชาการกองทัพไทย
