14 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.00 น.
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศนายทหารสัญญาบัตรกองทัพบกจำนวน 2 นาย พร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตราที่เคยได้รับพระราชทาน ภายหลังทั้งสองรายต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้รับโทษจำคุก อันเป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติในการดำรงยศและเกียรติยศของผู้รับราชการทหาร
รายแรกคือ ร้อยเอก ภูริ เพิกโสภณ ซึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่เกี่ยวข้องกับความผิดต่อหน้าที่ราชการ ความผิดตามกฎหมายอาญาทหาร และความผิดต่อชีวิต ขณะที่อีกรายคือ ร้อยโท สุรเดช ก้อนทอง ซึ่งถูกพิพากษาจำคุกในคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนและความผิดต่อชีวิต
ประกาศดังกล่าวระบุให้ถอดยศของนายทหารทั้งสองราย และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เคยได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากผู้รับพระราชทานต้องรักษาความประพฤติให้สมกับเกียรติแห่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาร้ายแรง ย่อมมีเหตุให้ถูกเรียกคืนได้
ที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยมีกรณีการถอดยศและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากข้าราชการ ทหาร และตำรวจที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาหลายครั้ง โดยถือเป็นมาตรการรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของสถาบันเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และย้ำว่าการได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ เป็นเกียรติที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบและความประพฤติอันเหมาะสม
การประกาศครั้งนี้จึงถือเป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมาย เมื่อคดีถึงที่สุดและมีคำพิพากษาให้จำคุก ส่งผลให้ทั้งการดำรงยศและสิทธิในการครอบครองเครื่องราชอิสริยาภรณ์สิ้นสุดลงตามกระบวนการ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ราชกิจจานุเบกษา, ไทยรัฐ, ไทยโพสต์
