11 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.30 น.
รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง แสดงความคิดเห็นต่อการเดินทางของ “นายใหญ่” พร้อม “นายน้อย” และ “อาปู” ไปพบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โดยมองว่า การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงภารกิจส่วนตัวหรือการพบปะตามปกติ แต่สะท้อนยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่มุ่งสร้างภาพลักษณ์และเครือข่ายระดับนานาชาติ เพื่อเสริมบารมีทางการเมืองในช่วงที่การแข่งขันภายในประเทศกำลังเข้มข้น
รศ.ดร.ธนพร ระบุว่า หลังจากช่วงที่ผ่านมา “นายใหญ่” ลดบทบาทการเผชิญหน้าทางการเมืองโดยตรง การหันมาแสดงบทบาทผ่านการพบผู้นำประเทศและนักธุรกิจระดับโลก เป็นการส่งสัญญาณว่าต้องการยกระดับภาพลักษณ์จากนักการเมืองภายในประเทศ ไปสู่บุคคลที่มีเครือข่ายในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับฐานเสียงและผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย
นักวิเคราะห์การเมืองรายนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงเวลาของการเดินทางไปอินโดนีเซีย เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่คณะรัฐบาลไทยเดินทางเยือนมาเลเซีย จึงมองว่าไม่น่าจะเป็นเพียงความบังเอิญ แต่เป็นการวางจังหวะทางการเมือง เพื่อสื่อสารว่าบุคคลดังกล่าวยังมีบทบาทและความสัมพันธ์กับผู้นำในภูมิภาค แม้จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ตาม
ย้อนปมบทบาทต่างประเทศของ “นายใหญ่”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “นายใหญ่” เคยมีบทบาทในการพบปะผู้นำประเทศ นักลงทุน และภาคธุรกิจในหลายประเทศ ทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยผู้สนับสนุนมองว่าเป็นการใช้ประสบการณ์และเครือข่ายเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ขณะที่ฝ่ายวิจารณ์มองว่าเป็นการสร้างอิทธิพลทางการเมืองนอกระบบ
การเดินทางครั้งล่าสุดจึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า จะส่งผลต่อทิศทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย และการแข่งขันกับพรรคการเมืองคู่แข่งในช่วงต่อจากนี้หรือไม่
ทั้งนี้ ข้อวิเคราะห์ดังกล่าวเป็น ความคิดเห็นและการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองของ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ซึ่งยังไม่มีการยืนยันจากผู้ที่เกี่ยวข้องถึงวัตถุประสงค์ทางการเมืองของการเดินทางครั้งนี้
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: รายงานของ The Room44 และความเห็นของ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล
