วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 18.40 น. ประเด็นร้อนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลัง พ.ต.อ.มนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำปี 2567 เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีกับ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
การร้องทุกข์ครั้งนี้กล่าวหาในความผิดฐาน นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) หลังมีข้อพิพาทเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับการฮั้วเลือก สว.
พ.ต.อ.มนัส เปิดเผยว่า ในวันเลือก สว.ระดับประเทศ ได้รับเบาะแสจากผู้สมัคร สว.จังหวัดสมุทรปราการ ว่ามีกลุ่มจัดตั้งเพื่อฮั้วลงคะแนน โดยมีการเขียนหมายเลขผู้สมัครลงในเอกสารแนะนำตัว หรือที่ถูกเรียกว่า “โพย” เพื่อนำเข้าไปในคูหาและลงคะแนนตามแผนที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า
เขาระบุว่า เมื่อเวลา 08.29 น. ของวันเลือก ได้เข้าพบ นายแสวง บุญมี เพื่อแจ้งเบาะแสและเสนอให้ยึดเอกสาร สว.3 ก่อนเข้าคูหา เพื่อป้องกันการลงคะแนนแบบจัดตั้ง แต่ได้รับคำตอบในทำนองว่า “ถึงรู้ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาวางแผนกันมาแล้ว”
คำกล่าวดังกล่าวกลายเป็นประเด็นใหญ่ เพราะถูกตีความว่า ผู้บริหารระดับสูงของ กกต. อาจรับรู้ถึงความเสี่ยงของการฮั้ว แต่ไม่มีมาตรการหยุดยั้งอย่างจริงจัง
ยิ่งไปกว่านั้น พ.ต.อ.มนัส ยืนยันหนักแน่นว่า “มีโพยจริง” พร้อมอ้างหลักฐานจากภาพวงจรปิด ซึ่งมีการพบอดีต กกต. เก็บเอกสารจากผู้สมัครหลายราย
เจ้าตัวยังกล่าวหาว่า สำนักงาน กกต. ได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวประชาสัมพันธ์ที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำให้สัมภาษณ์ของตน และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อกระบวนการเลือก สว.
คดีนี้จึงไม่ใช่เพียงข้อพิพาทเรื่องคำพูด แต่กำลังลุกลามสู่คำถามใหญ่ระดับชาติว่า การเลือก สว.ที่ผ่านมาโปร่งใสจริงหรือไม่ และมีขบวนการล็อกผลการลงคะแนนอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า
หากข้อกล่าวหานี้มีมูล อาจกลายเป็นหนึ่งในคดีที่สั่นสะเทือนความน่าเชื่อถือขององค์กรจัดการเลือกตั้งมากที่สุดในรอบหลายปี
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : ข่าวสด / รายงานจาก สภ.บางพลี
