วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 15.10 น. หลังถูกสังคมกดดันและตั้งคำถามมาอย่างต่อเนื่องนานหลายเดือน กรณีโศกนาฏกรรมอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุด นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ออกมาชี้แจงต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดเผยความคืบหน้าคดีสำคัญว่า มีการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องแล้วรวม 23 ราย
นายมณเฑียร ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่า คดีดังกล่าวไม่ได้หยุดนิ่งอย่างที่สังคมกังวล โดยภายหลังเกิดเหตุ รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ทั้งด้านการออกแบบ การก่อสร้าง และกระบวนการควบคุมงาน
ผลสอบพบข้อบกพร่องสำคัญ 2 ประเด็นใหญ่ที่น่าตกใจ ได้แก่ การออกแบบอาคารที่ไม่เป็นไปตามหลักวิศวกรรมและข้อกำหนดทางกฎหมาย รวมถึงการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งถูกมองว่าเป็นปัจจัยหลักที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้
ผู้ว่าการ สตง. เปิดเผยว่า มีการฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องรวม 23 ราย ครอบคลุมทั้งผู้ออกแบบ ผู้รับเหมาก่อสร้าง และผู้ควบคุมงาน ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 227 และมาตรา 238 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความประมาทของผู้ประกอบวิชาชีพจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต รวมถึงข้อหาปลอมแปลงเอกสาร โดยขณะนี้คดีได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
สำหรับโครงการก่อสร้างอาคาร สตง. แห่งใหม่ ใช้งบประมาณรวมประมาณ 2,500 ล้านบาท และมีการเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 900 ล้านบาทก่อนเกิดเหตุถล่ม ขณะที่ผู้รับเหมาก่อสร้างเป็นกิจการร่วมค้าระหว่างบริษัทไทยและบริษัทต่างชาติ ซึ่งชนะการประมูลด้วยราคาที่ต่ำกว่างบกลางหลายร้อยล้านบาท
กรณีนี้ยิ่งสร้างคำถามใหญ่ในสังคม เพราะหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใสด้านงบประมาณของรัฐ กลับตกเป็นศูนย์กลางของข้อครหาเรื่องมาตรฐานการก่อสร้างเสียเอง
นอกจากการเดินหน้าคดี ผู้ว่า สตง. ยังประกาศแผนปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่ โดยเตรียมนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเชื่อมโยงฐานข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐแบบครบวงจร ตั้งแต่สำนักงานงบประมาณ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย ไปจนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการตรวจสอบ
พร้อมย้ำว่า สตง. จะปรับบทบาทจากการตรวจสอบเอกสารเชิงบัญชีแบบเดิม ไปสู่การตรวจสอบ “ผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่า” ของการใช้งบประมาณ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีประชาชนถูกใช้เกิดประโยชน์สูงสุดจริง
แม้วันนี้สังคมจะได้คำตอบบางส่วน และมีผู้ถูกฟ้องแล้วถึง 23 ราย แต่คำถามสำคัญยังไม่หมดไป—ใครคือผู้ต้องรับผิดชอบสูงสุด และบทเรียนราคาแพงครั้งนี้จะเพียงพอให้โครงการรัฐในอนาคตยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยได้จริงหรือไม่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : News1 / รายงานการประชุมวุฒิสภา
