เกิดเหตุอุทาหรณ์ครั้งใหญ่สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลังมีการเผยแพร่คลิปและภาพเหตุการณ์จากประเทศอินโดนีเซีย เมื่อสายชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ไปเกี่ยวติดกับ “หัวบอลลากจูง” ท้ายรถ ก่อนคนขับเผลอขับรถออกจากจุดชาร์จ ส่งผลให้ตู้ชาร์จเร็วแบบ DC Fast Charger ขนาด 200 kW ถูกลากจนเอียงและเสียหายหนัก
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกแชร์ผ่านโซเชียลโดยผู้ใช้ Threads ชื่อ @humamreno พร้อมข้อความตั้งคำถามถึงค่าเสียหายที่อาจสูงมหาศาล เพราะตู้ชาร์จระดับ 200 kW ถือเป็นอุปกรณ์มูลค่าสูง โดยหากเป็นในประเทศไทย ราคาต่อตู้รวมค่าระบบติดตั้งอาจสูงถึง 2-3 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น
จากภาพที่เผยแพร่ พบว่าสายชาร์จได้เข้าไปเกี่ยวล็อกกับชุดลากจูงท้ายรถอย่างแน่นหนา ก่อนรถจะออกตัวโดยผู้ขับไม่ทันสังเกต ทำให้แรงดึงมหาศาลของรถ EV กระชากตู้ชาร์จทั้งระบบจนขยับหลุดจากฐาน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความเสียหายของตู้ชาร์จประเภทนี้ไม่ได้มีเพียงภายนอกที่เอียงหรือบุบเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบถึงระบบภายในทั้งหมด ทั้งฐานคอนกรีต พุกเหล็กยึดตู้ สายไฟแรงสูงใต้ดิน ระบบหล่อเย็นด้วยของเหลว รวมถึงโมดูลจ่ายไฟอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความซับซ้อนสูง
โดยเฉพาะสายไฟแรงสูงใต้ดิน หากถูกดึงกระชากอาจเสี่ยงเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟรั่ว หรือสร้างความเสียหายต่อระบบจ่ายไฟทั้งสถานีได้ทันที ขณะที่ระบบ Liquid Cooling ภายในสายชาร์จและตัวตู้ หากแตกรั่วก็ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ราคาแพงจำนวนมาก
หลายฝ่ายมองว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ใช้รถ EV โดยเฉพาะผู้ที่ติดตั้งหัวบอลลากจูงท้ายรถ ควรตรวจสอบสายชาร์จและอุปกรณ์ทุกครั้งก่อนเคลื่อนรถออกจากจุดชาร์จ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหายมูลค่าสูง
ขณะเดียวกัน โลกออนไลน์ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก บางส่วนมองว่า สถานีชาร์จควรเพิ่มระบบตัดการทำงานอัตโนมัติหรือระบบแจ้งเตือนเมื่อสายชาร์จถูกดึงผิดปกติ เพื่อป้องกันเหตุลักษณะนี้ในอนาคต
สำนักข่าววิหคนิวส์
