จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจการทุจริตคอร์รัปชันของหน่วยงานรัฐ โดยระบุว่า ผู้ที่เปิดเผยข้อมูลหรือกล่าวหาหน่วยงานรัฐเรื่องการรับสินบน ต้องพร้อมรับความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องกลับ หากไม่สามารถพิสูจน์ข้อกล่าวหาได้ชัดเจน
คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ทันที โดยมีประชาชนจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นทั้งในเชิงเห็นด้วยและตั้งคำถามถึงท่าทีของรัฐบาลต่อการตรวจสอบปัญหาคอร์รัปชัน
ผู้ใช้โซเชียลบางส่วนมองว่า รัฐบาลควรเปิดกว้างต่อการตรวจสอบจากภาคประชาชนและภาคเอกชน มากกว่าการพูดถึงการฟ้องร้องกลับ เพราะอาจทำให้ผู้ที่มีข้อมูลหรือผู้แจ้งเบาะแสเกิดความกังวลใจ
หลายความเห็นระบุว่า หากหน่วยงานรัฐมีความโปร่งใส ก็ไม่ควรกังวลต่อการตรวจสอบ พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงและดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง มากกว่าการโต้ตอบเชิงกฎหมายกับผู้เปิดเผยข้อมูล
ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่า การกล่าวหาเรื่องทุจริตควรมีหลักฐานชัดเจน และไม่ควรใช้เพียง “ความรู้สึก” หรือผลสำรวจที่ไม่มีข้อพิสูจน์ เพราะอาจสร้างความเสียหายต่อหน่วยงานและบุคคลที่ถูกพาดพิง
นอกจากนี้ โลกออนไลน์ยังมีการหยิบยกดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของประเทศไทยมาอภิปราย
ชี้ว่าคะแนนและอันดับของไทยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนว่าปัญหาทุจริตยังเป็นเรื่องที่ประชาชนกังวลอย่างมาก
ทั้งนี้ กระแสวิพากษ์วิจารณ์ยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยหลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลใช้นโยบายเชิงรุกในการปราบปรามคอร์รัปชัน พร้อมสร้างระบบคุ้มครองผู้เปิดโปงข้อมูล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมและนักลงทุนต่างชาติ
สำนักข่าววิหคนิวส์






