วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปยังศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ดำเนินการติดตามเรียกเก็บภาษีจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวนกว่า 17,600 ล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลฎีกา
นายวัชระ ระบุในหนังสือว่า คำพิพากษาศาลฎีกากรณียกฟ้องคดีที่นายทักษิณ ยื่นฟ้องกรมสรรพากรและพวกรวม 4 คน ในคดีภาษีอากร ส่งผลให้นายทักษิณ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเรียกเก็บภาษีของกรมสรรพากรตามขั้นตอนกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเวลาผ่านมาแล้วไม่น้อยกว่า 9 เดือน นับตั้งแต่ศาลฎีกามีคำพิพากษา แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐสามารถติดตามเรียกเก็บภาษีดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด
นายวัชระ ยังอ้างถึงข้อมูลของนายถาวร เสนเนียม อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่า คดีดังกล่าวอาจเข้าสู่ช่วงใกล้หมดอายุการบังคับชำระภาษีค้างตามประมวลรัษฎากรในช่วงกลางปี 2570
ในหนังสือยังระบุด้วยว่า หากนายกรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องละเว้นไม่ดำเนินการเรียกเก็บภาษี เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตนจะใช้สิทธิยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตรวจสอบกรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต่อไป
พร้อมกันนี้ นายวัชระ ยังขอให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงผลการดำเนินการภายใน 15 วัน ว่า มีความคืบหน้าในการติดตามภาษีดังกล่าวอย่างไรบ้าง ท่ามกลางกระแสจับตาจากสังคมต่อประเด็นภาษีหุ้นชินคอร์ปมูลค่ากว่า 1.76 หมื่นล้านบาท ที่ยังคงเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน
สำนักข่าววิหคนิวส์


