ข่าวประจำวัน » ย่ามใจเจอด่านใกล้เลิก! ตำรวจชุมพรลวงจับ 2 ผัวเมีย ขนไอซ์ 519 กก. เตรียมส่งลงใต้ข้ามแดนมาเลย์

ย่ามใจเจอด่านใกล้เลิก! ตำรวจชุมพรลวงจับ 2 ผัวเมีย ขนไอซ์ 519 กก. เตรียมส่งลงใต้ข้ามแดนมาเลย์

15 May 2026
26   0

ตำรวจชุมพรเปิดปฏิบัติการสกัดขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ใช้แผน “ทำทีเลิกด่าน” หลอกแก๊งลำเลียงยาให้ตายใจ ก่อนปิดล้อมจับกุม 2 ผัวเมีย พร้อมของกลางยาไอซ์ล็อตมหึมาน้ำหนักกว่า 519 กิโลกรัม ซุกซ่อนมาในรถกระบะตู้ทึบ เตรียมส่งต่อไปยังชายแดนภาคใต้

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และ พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จุดตรวจปฐมพร ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นยาเสพติดบนเส้นทางหลักลงภาคใต้

ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ.ปริญญา ตัณฑสุวรรณ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร และ พ.ต.ท.ปิยพล ฉัตรภูมิ สวป.สภ.เมืองชุมพร หัวหน้าจุดตรวจปฐมพร หลังได้รับข้อมูลจากสายลับว่า จะมีขบวนการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ผ่านพื้นที่

เจ้าหน้าที่จึงใช้แผนเชิงจิตวิทยา ลดกำลังประจำด่านให้เหลือเพียงไม่กี่นาย พร้อมแสดงท่าทีคล้ายกำลังเก็บอุปกรณ์เพื่อเลิกด่าน หวังให้รถนำทางของขบวนการเข้าใจว่าพื้นที่ปลอดภัย

ต่อมา รถกระบะตู้ทึบ Isuzu D-Max สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับเข้ามายังจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณเข้าปิดล้อมและตรวจค้นทันที

ภายในรถพบ นายสิทธิแบงค์ หรือ “แบงค์” อายุ 23 ปี เป็นคนขับ และ น.ส.ธัญญารัตน์ หรือ “ฝน” อายุ 28 ปี นั่งโดยสารมาด้วย เมื่อเปิดตรวจด้านหลังตู้ทึบ พบมีการนำเก้าอี้พลาสติกสีเขียวมาวางอำพราง แต่เมื่อรื้อออกกลับพบกระสอบสีดำจำนวน 12 ใบ ซุกซ่อนยาไอซ์จำนวนมาก

ตรวจสอบพบเป็นยาเสพติดประเภท 1 หรือไอซ์ บรรจุหีบห่อประทับตรา “ม้าทอง” รวม 519 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 519 กิโลกรัม

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดจาก จ.นครนายก ไปส่งที่ จ.สงขลา เพื่อส่งต่อข้ามแดนไปยังประเทศมาเลเซีย โดยทำมาแล้วหลายครั้ง ได้ค่าจ้างเที่ยวละประมาณ 50,000-100,000 บาท

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาระบุว่า ทุกครั้งจะมีรถนำทางคอยตรวจสอบด่านล่วงหน้า และครั้งนี้ได้รับแจ้งว่าด่านปฐมพรใกล้เลิก มีเจ้าหน้าที่เหลือเพียงไม่กี่นาย จึงหลงเชื่อและขับผ่านเข้ามา ก่อนถูกจับกุมในที่สุด

ด้าน พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรยาเสพติดล็อตใหญ่ก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ พร้อมยืนยันว่าด่านตรวจยังมีความจำเป็นต่อการดูแลความปลอดภัยของประชาชน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เพื่อการค้า อันกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ” ก่อนเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและผู้บงการมาดำเนินคดีต่อไป

สำนักข่าววิหคนิวส์