วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พริษฐ์ วัชรสินธุ ออกมาวิจารณ์รัฐบาลกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า คณะรัฐมนตรีมีทางเลือก 2 ทาง คือ ยืนยันให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยเดินหน้าต่อ หรือหากไม่ยืนยัน ก็ต้องมีโรดแมปและกำหนดเวลาชัดเจนว่าจะเสนอร่างใหม่เมื่อใด
อย่างไรก็ตาม พริษฐ์ วัชรสินธุ ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือรัฐบาล “ไม่ทำทั้งสองอย่าง” จึงสะท้อนถึงความไม่จริงใจในการผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลและเครือข่ายของ พรรคภูมิใจไทย อาจยังได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 2560 ทั้งในประเด็นที่มาของวุฒิสภา และกลไกองค์กรอิสระ
สส.พรรคประชาชน ยังกล่าวถึงข้อสงสัยเรื่องการ “ฮั้ว สว.” ว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญปัจจุบัน ประชาชนไม่สามารถเข้าชื่อถอดถอนผู้เกี่ยวข้องได้ อีกทั้งยังเปิดช่องให้ประธานสภาสามารถปัดตกคำร้องต่อ ป.ป.ช. ได้
พริษฐ์ วัชรสินธุ ย้ำว่า แม้ผลประชามติจะไม่ผูกพันกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใดโดยตรง แต่ถือเป็นเจตจำนงของประชาชนที่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลควรเคารพเสียงดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังโต้แย้งแนวคิดของ นิกร จำนงค์ ที่มองว่าควรแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน โดยระบุว่า การแก้รัฐธรรมนูญและการแก้ปัญหาปากท้องสามารถทำควบคู่กันได้ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่สามารถแก้ปัญหาทุจริตได้จริง และทำให้ประเทศสูญเสียทรัพยากรจำนวนมาก
ทั้งนี้ พรรคประชาชนเตรียมใช้เวทีประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ทวงถามรัฐบาลถึงกรอบเวลาและโรดแมปการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมยืนยันว่า พรรคมีความพร้อมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้าสู่สภาได้ทันที.
สำนักข่าววิหคนิวส์
