วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถามความคืบหน้าการดำเนินการเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมมูลค่ากว่า 17,600 ล้านบาท
นายศรีสุวรรณ ระบุว่า คดีดังกล่าวมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6890/2568 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2568 พิพากษากลับคำตัดสินของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษและศาลภาษีอากรกลาง โดยยกฟ้องคดีที่นายทักษิณฟ้องกรมสรรพากร ส่งผลให้หนังสือประเมินภาษีของกรมสรรพากรกลับมามีผลตามกฎหมาย และนายทักษิณต้องชำระภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามขั้นตอน
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ศาลภาษีอากรกลางและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ เคยพิพากษาเพิกถอนการประเมินภาษี เนื่องจากเห็นว่าเจ้าพนักงานประเมินมิได้ออกหมายเรียกตรวจสอบตามขั้นตอนกฎหมาย แต่ท้ายที่สุดศาลฎีกามีคำพิพากษากลับ ทำให้ภาระภาษีดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้เวลาผ่านมานานเกินสมควรแล้ว จึงต้องการสอบถามนายกรัฐมนตรีว่า ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 สั่งการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมสรรพากร เพื่อเร่งรัดการจัดเก็บภาษีจากนายทักษิณแล้วหรือไม่
พร้อมเตือนว่า หากฝ่ายบริหารเพิกเฉย ไม่ดำเนินการตามคำพิพากษาศาลฎีกา อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้
สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงานว่า ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกจับตาทางการเมืองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดีภาษีมูลค่าสูง และอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลในระยะต่อไป.


