สำนักข่าววิหคนิวส์ — พรรคประชาชนเปิดเกมรุก เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ สกัดการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล โดยชี้ว่าเข้าข่าย “ตีเช็คเปล่า” และอาจขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากนำโครงการระยะยาวด้านพลังงานมาสอดรวมกับงบเยียวยาประชาชน ทั้งที่ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแกนนำพรรคประชาชน ร่วมแถลงจุดยืนคัดค้าน พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยระบุว่า รัฐบาลกำลังใช้อำนาจเกินขอบเขต และนำเงินกู้เพื่อ “เปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน” จำนวน 200,000 ล้านบาท มาสอดรวมกับงบเยียวยาประชาชน เพื่อให้ดูเหมือนเป็นเรื่องเร่งด่วน
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาหลายปี แต่จนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีรายละเอียดโครงการชัดเจน ว่าเงินจำนวนมหาศาลดังกล่าวจะถูกใช้กับอะไร จึงเข้าข่าย “ตีเช็คเปล่า” อย่างชัดเจน พร้อมยืนยันว่า พรรคฝ่ายค้านพร้อมใช้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 173
ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลอ้างว่าจะเยียวยาแบบ “พุ่งเป้า” แต่ในทางปฏิบัติกลับมีลักษณะเกือบ “แจกถ้วนหน้า” ครอบคลุมกว่า 44 ล้านคน พร้อมตั้งคำถามว่า หากทุกคนเดือดร้อนจริง เหตุใดไม่แจกแบบทั่วหน้าไปเลย และหากจะช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ก็ไม่ควรใช้ระบบลงทะเบียนแบบ “ใครมาก่อนได้ก่อน” เพราะอาจทำให้คนเดือดร้อนจริงตกหล่น
นอกจากนี้ น.ส.ศิริกัญญา ยังเปิดเผยว่า รัฐมนตรีฝ่ายรัฐบาลยอมรับเองว่า โครงการด้านพลังงานมูลค่า 200,000 ล้านบาท ยังไม่มีตัวโครงการชัดเจน ต้องรอหน่วยงานราชการเสนอเข้ามาและผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองอีกครั้ง อีกทั้งจะเริ่มกู้เงินจริงในปีหน้า ยิ่งตอกย้ำว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ
พรรคประชาชนยังวิจารณ์รัฐบาลอย่างหนักเรื่อง “วินัยการเงินการคลัง” โดยชี้ว่า แม้เพดานหนี้สาธารณะยังไม่ทะลุ แต่การกู้เงินโดยไม่มีแผนงานชัดเจน ถือเป็นการทำลายวินัยการคลังอย่างร้ายแรง และย้อนแย้งกับสิ่งที่รัฐบาลเคยพูดไว้ในอดีต
ทั้งนี้ พรรคฝ่ายค้านเตรียมรวบรวมรายชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 11-12 พฤษภาคมนี้ ก่อนที่รัฐสภาจะลงมติอนุมัติ พ.ร.ก.ดังกล่าวในวันที่ 14 พฤษภาคม ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่กำลังร้อนระอุขึ้นทุกขณะ.
