โครงการระดับ “ล้านล้าน” แต่คำตอบยังอยู่ที่ “รอศึกษา” คำถามคือ… ประเทศจะเดินหน้า หรือยังลังเลกันแน่?
สำนักข่าววิหคนิวส์-สถานการณ์โครงการ “แลนด์บริดจ์” มูลค่ามหาศาลยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้า โดยยืนยันว่าโครงการดังกล่าวไม่ใช่นโยบายใหม่ แต่เป็น “เรือธง” ของพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกจับตาอย่างหนักคือ การตัดสินใจ ไม่ลงพื้นที่ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ โดยพิพัฒน์ให้เหตุผลว่า ต้องรอผลการศึกษาจากคณะกรรมการที่มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการคลัง เป็นประธานศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งใช้เวลาศึกษา 90 วันก่อน
พร้อมยอมรับตรงๆ ว่า หากลงพื้นที่ตอนนี้ “อาจพูดถูกหรือผิดก็ได้” จึงเลือกที่จะ “ไม่ลง” เพื่อรอข้อมูลให้ชัดเจนก่อน
พิพัฒน์ยังระบุว่า การศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ครั้งนี้จะต้องทำใหม่ทั้งหมด ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ผลกระทบ และผลประโยชน์ของประเทศ โดยโครงการไม่ได้มีเพียงระบบราง แต่รวมถึงถนนและท่อขนส่งพลังงานด้วย
สำหรับกระแสคัดค้านจากประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ ชุมพร–ระนอง เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นสิทธิของประชาชนในการแสดงออก และย้ำว่ารัฐต้องทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อเสีย รวมถึงแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เช่น กลุ่มประมงพื้นบ้าน
เมื่อถูกถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าโครงการจะให้ประโยชน์มากกว่าผลเสีย พิพัฒน์ยังคงย้ำคำเดิมว่า
“ขอให้รอผลการศึกษา” เพราะยังไม่สามารถชี้ชัดได้ในขณะนี้
ขณะที่คำถามสำคัญว่าโครงการนี้จะ “ไม่แท้ง” เหมือนโครงการคอคอดกระในอดีตหรือไม่ เจ้าตัวยังเลี่ยงตอบตรงๆ โดยย้ำว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลการศึกษาเป็นหลัก
ทั้งนี้ พิพัฒน์ยืนยันว่า โครงการแลนด์บริดจ์เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันมาตั้งแต่ปี 2562 และถูกหยิบกลับมาเดินหน้าต่อในฐานะโครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคม เพื่อฟื้นเศรษฐกิจประเทศ
