ข่าวประจำวัน » โลกจ่อเดือด! “ทรัมป์” ขู่เปิดศึกอิหร่านรอบใหม่ UN เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยงพังจากฮอร์มุซ

โลกจ่อเดือด! “ทรัมป์” ขู่เปิดศึกอิหร่านรอบใหม่ UN เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยงพังจากฮอร์มุซ

1 May 2026
48   0

สำนักข่าววิหคนิวส์ – สถานการณ์ตะวันออกกลางร้อนระอุขึ้นอีกระลอก หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ “อาจจำเป็น” ต้องกลับมาใช้กำลังทหารกับอิหร่านอีกครั้ง ท่ามกลางการเจรจาลับที่มีเพียงคนใกล้ชิดไม่กี่คนรับรู้รายละเอียด ขณะที่ผู้นำอิหร่านตอบโต้ทันควัน ไม่ยอมรับมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ และเตือนว่าเป็นการยกระดับความขัดแย้งเกินขีดจำกัด

ด้าน มาซูด เปเซชเคียน ระบุชัดว่า อิหร่านจะไม่ยอมตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีกต่อไป พร้อมประณามการเคลื่อนไหวของกองทัพเรือสหรัฐฯ ว่าเทียบเท่าการขยายปฏิบัติการทางทหารโดยตรง

ในขณะเดียวกัน อันโตนิโอ กูเตอร์เรส ออกมาเตือนว่า วิกฤตครั้งนี้กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะกรณีการปิดหรือจำกัดการเดินเรือใน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักของการขนส่งพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมัน การขนส่ง และต้นทุนการผลิตพุ่งสูง พร้อมชี้ว่าสถานการณ์กำลัง “เลวร้ายลงในทุกชั่วโมง”

ด้านการเมืองภายในสหรัฐฯ ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน เมื่อฝ่ายบริหารของทรัมป์พยายามตีความว่าสงครามกับอิหร่านที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ได้ “สิ้นสุดลงแล้ว” หลังมีการหยุดยิงในเดือนเมษายน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนดตามกฎหมาย War Powers Resolution ที่ต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรส หากใช้กำลังทหารเกิน 60 วัน

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ยื่นขอเพิ่มงบประมาณกองทัพสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าสงครามอิหร่านสร้างภาระค่าใช้จ่ายแล้วไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์

สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะในเลบานอนตอนใต้ ที่ยังมีการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากอิสราเอล มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ราย ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าอิสราเอลกำลังใช้ “หลักการราฟาห์” ซึ่งเน้นการทำลายโครงสร้างพื้นฐานอย่างหนัก เพื่อไม่ให้ประชาชนสามารถกลับเข้าพื้นที่ได้

ขณะเดียวกัน มีรายงานจากสื่อสหรัฐฯ ว่าอิหร่านกำลังเร่งฟื้นฟูศักยภาพทางทหาร โดยกู้คืนขีปนาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ถูกทำลาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ารอบใหม่ หากสถานการณ์ลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง

ทั้งนี้ ภาพรวมของสถานการณ์สะท้อนชัดว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังกดดันทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจโลก พร้อมจุดชนวนความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่สงครามครั้งใหญ่ได้ทุกเมื่อ