รายได้เท่าเดิม แต่ค่าไฟพุ่งไม่หยุด ขึ้นทีหลักพัน!
สำนักข่าววิหคนิวส์ – 29 เม.ย. 2569 หลังจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ เตรียมเริ่มใช้ในเดือนมิถุนายนนี้ โดยกำหนดอัตรา 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย แต่หากใช้เกิน 401 หน่วยขึ้นไป อาจต้องจ่ายในอัตราสูงกว่า 5 บาทต่อหน่วยแบบขั้นบันได
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ใน อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท พบเสียงสะท้อนจากประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง
นายณัฐนนท์ รัตภรณ์ อายุ 37 ปี เจ้าของร้านขายปลาสวยงาม เปิดเผยว่า โครงสร้างค่าไฟใหม่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการ เนื่องจากต้องใช้ไฟเลี้ยงระบบออกซิเจนและแสงสว่างตลอดเวลา
แม้ยอดขายจะซบเซาตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ค่าไฟกลับเพิ่มขึ้นสวนทางอย่างชัดเจน
“จากเดิมค่าไฟประมาณ 2,000 บาท ตอนนี้ขึ้นมาเป็น 3,500 บาทแล้ว ถ้ายังปรับขึ้นอีกตามโครงสร้างใหม่ คงแบกรับไม่ไหว”
“รายได้เท่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกทาง ไม่เข้าใจว่าทำไมค่าไฟถึงขึ้นทีละเป็นพัน”
ขณะที่ นางจริยา เอี่ยมละออ อายุ 50 ปี แม่ค้าในพื้นที่ ระบุว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัด ประกอบกับภาระดูแลพ่อที่ป่วยติดเตียง ทำให้จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวัน ไม่สามารถลดการใช้ไฟได้
เธอกล่าวว่า ในช่วงที่ค่าครองชีพสูง ทั้งราคาสินค้าและน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประชาชนต้องเผชิญภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นทุกด้าน ขณะที่รายได้ยังคงเท่าเดิม
“ถ้าค่าไฟขึ้นอีกตามโครงสร้างใหม่ ชีวิตจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก”
ทั้งนี้ เสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ชี้ตรงกันว่า โครงสร้างค่าไฟรูปแบบใหม่อาจไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย ที่ไม่สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
