ไทยโพสต์ ระบุว่า
14 มีนาคม 2569 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กว่า “วิกฤตบาร์โค้ดพ่นพิษ! เมื่อการเลือกตั้ง “ไม่ลับ” สู่ทางตันการเปิดสภา 2569
สถานการณ์การเมืองไทย ณ เช้าวันที่ 14 มีนาคม 2569 กำลังก้าวเข้าสู่ “ปัญหาที่ซับซ้อนทางรัฐธรรมนูญ” ครั้งใหญ่! หลังจากมีข่าวว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติ “ส่งศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัยปมบัตรเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) ที่มีการใช้ Barcode แบบ 1 ต่อ 1 ซึ่งอาจทำลายหลักการ “การเลือกตั้งโดยลับ” อย่างรุนแรง
- ปมมรณะ: บาร์โค้ดสืบตัวตนได้จริงหรือ? หัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตยคือ “ความลับของการลงคะแนน” แต่บัตรสีชมพูในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กลับถูกร้องเรียนว่ามีรหัสที่สามารถสืบค้นย้อนกลับไปยังตัวผู้ใช้สิทธิได้แบบ 1 ใบต่อ 1 คน บัตรสีเขียว (สส. เขต): รอดตัวไป! เพราะใช้ระบบรหัส 1 ต่อ 20 ใบ (1 เล่มมีรหัสเดียว) ทำให้ยังคงความลับได้ บัตรสีชมพู (บัญชีรายชื่อ): ตกที่นั่งลำบาก! หากพิสูจน์ได้ว่ารหัสบนบัตรเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลบุคคลได้แบบระบุตัวตน 100% สิทธิเสรีภาพของประชาชนจะถูกละเมิดทันทีตามรัฐธรรมนูญ
- โดมิโนเอฟเฟกต์: เมื่อสภา 95% ไม่มีอยู่จริง แม้ปัจจุบัน กกต. จะประกาศรับรองผล สส. เขตไปแล้ว 399 คน และ สส. บัญชีรายชื่อครบ 100 คน (รวม 499 คน) ดูเหมือนจะเดินหน้าเปิดสภาได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 84 (ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 95% หรือ 475 คน) แต่…หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยภายหลังว่า “การเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อเป็นโมฆะ” สส. ทั้ง 100 คนจะหายไปทันที จำนวนสมาชิกที่เหลืออยู่ (399 คน) จะ “ไม่ถึงเกณฑ์ 95%” ที่จะเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกได้!
- สภาวการณ์ “แช่แข็ง” และรัฐบาลรักษาการลากยาว เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเย็นวันที่ 14 และเช้าวันที่ 15 มีนาคมนี้ คือรัฐพิธีและการเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร อาจกลายเป็น “โมฆะ” ในภายหลังหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยลงมา (และศาลน่าจะสั่งให้ทำลายบัตรเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อที่มีการกาแล้วทั้งหมดโดยเร็วก่อนมีผู้รวบรวมแล้วนำไปใช้ประโยชน์โดยมิชอบต่อไป) สส. เขต 399 คน: ยังคงสถานะสมาชิกภาพ ได้รับเงินเดือนและมีสิทธิศึกษาหาความรู้ แต่ “ทำหน้าที่ในสภาไม่ได้” เพราะสภายังไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมายที่จะทำหน้าที่นิติบัญญัติ ครม. ชุดเก่า: ต้องแบกภาระ “รักษาการ” ต่อไป ซึ่งไม่ขัดต่อหลักความต่อเนื่องของรัฐ (state continuity) จนกว่า กกต. จะจัดการเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อใหม่ (โดยใช้รายชื่อผู้สมัครชุดเดิม แต่เปลี่ยนบัตรใหม่) และได้สมาชิกกลับมาเติมจนครบ 95%
บทสรุปส่งท้าย การจัดสรรตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีของพรรคแกนนำ ที่ดูเหมือนจะลงตัวแล้ว อาจต้อง “สะดุด” เพราะขวากหนามทางกฎหมายที่ชื่อว่า “สิทธิเด็ดขาดของประชาชนในการลงคะแนนโดยลับ” นิติสงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของนักการเมือง แต่เป็นเรื่องของบรรทัดฐานการเลือกตั้งที่โปร่งใสและคุ้มครองสิทธิในการลงคะแนนโดยลับของผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทุกคน!
