วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมแถลงผลปฏิบัติการตรวจสอบเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาว่านำเงินจากขบวนการสแกมเมอร์และการฉ้อโกงไปฟอกผ่านบัญชีธนาคารและกองทุนต่างประเทศ ก่อนนำมาลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดย ปปง. ระบุว่าได้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องรวมประมาณ 26,000 ล้านบาท
ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สนธิกำลังประมาณ 90 นาย เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด พร้อมรวบรวมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกองทุน การกู้ยืม การถือหุ้น และสินทรัพย์ดิจิทัล
เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีผู้ต้องหา 7 รายที่ถูกดำเนินการในคดีนี้ โดย 6 ราย ได้แก่ บุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นเครือข่ายของ “เบน สมิธ” และ “ยิม เลียก” หลบหนีอยู่ต่างประเทศ ส่วนผู้ต้องหาอีกราย คือ นายณัฐกร ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว แต่ยังให้การปฏิเสธ
ข้อกล่าวหาครอบคลุมความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันเป็นอั้งยี่ รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการถือครองหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการและการไม่รายงานการถือครองหลักทรัพย์ตามที่กฎหมายกำหนด
เปิดเส้นทางเงินผ่านต่างประเทศ
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า การสืบสวนขยายผลจากคดีฉ้อโกงนักธุรกิจชาวลาวและคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนพบเส้นทางการเคลื่อนย้ายเงินผ่านบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหาและบัญชีธนาคารในกัมพูชา จากนั้นนำเงินผ่านกองทุนในสิงคโปร์ ก่อนเข้าลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เจ้าหน้าที่แบ่งบทบาทเครือข่ายออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวางแผนการลงทุน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีเบน สมิธเป็นผู้สั่งการ กลุ่มจัดหาแหล่งลงทุน กลุ่มผู้รับประโยชน์แอบแฝง และกลุ่มประสานงานเพื่อจัดหาและคัดเลือกหุ้นที่จะลงทุนในตลาดหุ้นไทย
ปปง.อายัดทรัพย์รวม 2.6 หมื่นล้านบาท
นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยว่า ทรัพย์สินที่ยึดและอายัดประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ เงินในบัญชี และหลักทรัพย์ในตลาดหุ้น โดยมีหุ้นที่เกี่ยวข้องกับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC
การอายัดทรัพย์ดำเนินการรวม 5 คำสั่ง มูลค่าประมาณ 26,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นหุ้นที่เครือข่ายดังกล่าวถือครองมูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท โดยกระบวนการเกี่ยวกับทรัพย์สินอยู่ในชั้นศาล และ ปปง.เตรียมเปิดให้ผู้เสียหายยื่นขอคุ้มครองสิทธิตามขั้นตอนของกฎหมาย
ก.ล.ต.ตรวจพบประเด็นการถือหุ้นผ่านกองทุนต่างประเทศ
ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า หน่วยงานเริ่มติดตามข้อมูลตั้งแต่ปี 2567 หลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือครองหุ้นของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ โดยตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศ
จากการตรวจสอบ ก.ล.ต.ระบุว่าพบผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงบางกลุ่มมีความเชื่อมโยงกัน และมีประเด็นเกี่ยวกับการถือครองสิทธิออกเสียงเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการไม่รายงานการถือครองและไม่ทำคำเสนอซื้อในกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์
อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ ก.ล.ต.ชี้แจงว่า การยึดหรืออายัดหุ้นเป็นการดำเนินการเฉพาะกับทรัพย์สินของบุคคลที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจดทะเบียนทั้งสามแห่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี หรือส่งผลต่อผลการดำเนินงานของบริษัทโดยตรง และผู้ถือหุ้นรายอื่นยังซื้อขายหุ้นได้ตามปกติ
คดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนและดำเนินคดี โดยผู้ต้องหาบางรายยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศ และผู้ต้องหาที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในประเทศไทยยังปฏิเสธข้อกล่าวหา
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักข่าวอิศรา (isranews) วันที่ 27 ตุลาคม 2569
#เบนสมิธ #ยิมเลียก #ฟอกเงิน #สแกมเมอร์ #ปปง #CIB #ก.ล.ต. #ตลาดหุ้นไทย #VihokNews
