19 ตุลาคม 2569
สัญญาณอันตรายเศรษฐกิจไทย! นายมงคล ลีลาธรรม อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และอดีตประธานกรรมการบริหาร สสว. ออกโรงเตือนรัฐบาล รับมือพายุเศรษฐกิจจากวิกฤตพลังงานโลก หลังประชาชนเผชิญปัญหากำลังซื้ออ่อนแรง หนี้สินรุมเร้า และค่าครองชีพสูง
จากรายงาน ระบุว่า นายมงคลแสดงความกังวลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซ้ำเติมกำลังซื้อของประชาชนที่อ่อนแรงอยู่แล้ว
หนักกว่านั้น! แม้แต่มนุษย์เงินเดือนรายได้ 30,000–60,000 บาท ก็เผชิญแรงกดดันจากค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าผ่อนบ้าน และภาระหนี้ เมื่อครัวเรือนต้องลดการจับจ่าย ร้านค้าและเอสเอ็มอีจึงเสี่ยงสูญเสียรายได้ กระทบเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
ขณะที่สถานการณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงน่าจับตาอย่างยิ่ง ข้อมูลสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ระบุฐานะกองทุนสุทธิติดลบ 101,681 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 60,821 ล้านบาท และบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 40,860 ล้านบาท
นายมงคลเตือนว่า หากรัฐบาลยังพึ่งพาการก่อหนี้เพื่อพยุงราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง ภาระกองทุนอาจเพิ่มขึ้นถึงระดับ 200,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่ตัวเลขหนี้ที่เกิดขึ้นแล้ว
ย้อนกลับไปในปี 2565 ประเทศไทยเคยเผชิญวิกฤตราคาพลังงานจากสงครามรัสเซีย–ยูเครน จนกองทุนน้ำมันมีภาระติดลบสูงถึงประมาณ 130,000 ล้านบาท ก่อนทยอยฟื้นฐานะเมื่อราคาพลังงานผ่อนคลาย
สำหรับวิกฤตรอบใหม่ กระทรวงพลังงานชี้แจงก่อนหน้านี้ว่า กองทุนยังสามารถบริหารจัดการได้ และยังไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเติมทันที โดยมีแนวทางบริหารราคาน้ำมัน ภาษี และค่าการกลั่นเพื่อลดภาระกองทุน
ด้านนายมงคลเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่
- เลิกอุดหนุนราคาพลังงานแบบหว่านแห เปลี่ยนเป็นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
- ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ทั้งค่าการกลั่นและภาษี พร้อมผลักดันพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดต้นทุนระยะยาว
- ฟื้นกำลังซื้อประชาชน สร้างงานในท้องถิ่น เติมสภาพคล่องให้เอสเอ็มอี และลงทุนป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
ข้อเสนอดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ที่สนับสนุนมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มและชั่วคราว เพื่อคุ้มครองประชาชนโดยไม่สร้างภาระทางการคลังเกินจำเป็น
นายมงคลทิ้งท้ายด้วยคำเตือน “Winter Is Coming” สะท้อนความกังวลว่าพายุเศรษฐกิจครั้งใหม่อาจซ้ำเติมครัวเรือน ร้านค้า และภาคธุรกิจ หากไม่มีการปรับมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม
พร้อมย้ำข้อความถึงรัฐบาลว่า “จงปกป้องคน อย่าปกป้องราคา” โดยเห็นว่าการตรึงราคาพลังงานเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะฟื้นกำลังซื้อและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
นายอินทร์
สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงาน
อ้างอิง
NEWS1
สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รายงานฐานะกองทุน
ประชาชาติธุรกิจ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แนวทางรับมือวิกฤตราคาพลังงานและอาหาร
#วิกฤตเศรษฐกิจไทย #มงคลลีลาธรรม #พายุเศรษฐกิจ #กองทุนน้ำมัน #น้ำมันแพง #กำลังซื้อหด #หนี้ครัวเรือน #SME #IMF #เศรษฐกิจไทย #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #สำนักข่าววิหคนิวส์
