ถึงเวลาพิสูจน์ผลงานและเปิดความรับผิดชอบทุกระดับ?
ข่าววิเคราะห์ | 17 ตุลาคม 2569
ทราบไหมว่า
ประเทศไทยมีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช.
มีกฎหมายทรัพยากรน้ำ มีแผนแม่บทระยะยาว
และมีคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ?!
แต่คำถามสำคัญคือ เหตุใดประชาชนหลายพื้นที่ยังเผชิญน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซาก ทั้งที่ประเทศมีทั้งแผน หน่วยงาน และงบประมาณ?
แปลก แต่จริง
กลับไม่พบรายงานชุดเดียวที่แสดงผลการบริหารน้ำทั่วประเทศครบทุกด้าน
ทั้งน้ำใช้ ความปลอดภัย ความเสียหาย การเตือนภัย และการเยียวยาประชาชน
- มีแผนมานาน แต่ต้องวัดผลจริง ?
ประเทศไทยจัดตั้ง สทนช. ในปี 2560 ก่อนมีพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 และแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ 20 ปี ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในปี 2562
ต่อมามีแผนแม่บทฉบับปรับปรุงปี 2566 ถึง 2580 ครอบคลุมน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการผลิต การป้องกันน้ำท่วม การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการบริหารจัดการ
รายงานที่อ้างคำชี้แจงของ สทนช. เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ระบุว่า การปรับปรุงประปาหมู่บ้านดำเนินการได้ 632,985 ครัวเรือน หรือ 15.90% ของเป้าหมายปี 2566 ถึง 2570
ระบบกระจายน้ำมีความก้าวหน้า 74.26% ส่วนการป้องกันพื้นที่น้ำท่วมมีผลงานประมาณ 270% ของเป้าหมาย โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดเล็ก
ตัวเลขเหล่านี้เป็นความก้าวหน้าเทียบเป้าหมายโครงการ ไม่ใช่หลักฐานว่าประชาชนทั้งประเทศปลอดภัยจากน้ำท่วมแล้ว และยังต้องยืนยันกับรายงานต้นฉบับของ สทนช.
- กรุงเทพฯ และพัทยา สะท้อนปัญหาระบบบริหาร
วันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยารายงานปริมาณฝนที่โรงเรียนคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร สูงถึง 230.5 มิลลิเมตร สะท้อนความท้าทายของระบบระบายน้ำเมืองใหญ่
ข้อถกเถียงเรื่องแก้มลิงคู้บอนต้องตรวจสอบทั้งความคุ้มค่า ความสามารถในการรองรับน้ำ การเชื่อมต่อคลองและสถานีสูบ รวมถึงมาตรการทดแทน
ส่วนกรณีเขื่อนแก่งเสือเต้น ยังไม่อาจสรุปว่าการไม่สร้างเขื่อนเป็นสาเหตุของน้ำท่วมกรุงเทพฯ โดยไม่มีแบบจำลองและหลักฐานแยกปัจจัย
ด้านเมืองพัทยา
มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการลอกท่อ กำจัดขยะ การประสานหน่วยงาน และความพร้อมก่อนฤดูฝน
- ใครต้องรับผิดชอบ?
นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล รับผิดชอบการกำหนดนโยบาย กำกับภาพรวม และผลักดันการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน
สทนช. รับผิดชอบการประสานแผน บูรณาการหน่วยงาน และติดตามประเมินผล
ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยา รับผิดชอบงานภายในขอบเขตอำนาจของตน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หน่วยงานเจ้าของโครงการและราชการประจำ รับผิดชอบการก่อสร้าง เดินระบบ บำรุงรักษา และเตือนภัยตามหน้าที่
- เสนอเปิดผลบริหารน้ำ 5 ด้าน !!!
รัฐบาลควรรายงานผลที่ประชาชนตรวจสอบได้ ได้แก่
- ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอเท่าไร
- พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมได้รับการคุ้มครองเพียงใด
- ความเสียหายลดลงจริงเท่าไร
- ระบบเตือนภัยแจ้งประชาชนทันเวลาหรือไม่
- ผู้ประสบภัยได้รับการเยียวยาครบหรือยัง
- บทสรุป
ประเทศไทยมีโครงสร้างบริหารน้ำและแผนระยะยาวแล้ว แต่สิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อไปคือ ประชาชนได้รับประโยชน์และปลอดภัยขึ้นจริงเพียงใด?
รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่า พื้นที่ใดปลอดภัยขึ้นแล้ว พื้นที่ใดยังเสี่ยง ใครกำลังแก้ไข และจะเสร็จเมื่อไร?
เพราะความสำเร็จของการบริหารน้ำ ไม่ได้วัดจากจำนวนโครงการหรือวงเงินที่ใช้ไป แต่วัดจากชีวิต ทรัพย์สิน และความมั่นคงของประชาชนที่ดีขึ้นอย่างตรวจสอบได้
ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
- สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ — แผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
- ราชกิจจานุเบกษา — พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 และแผนแม่บทฉบับปรับปรุง
- กรมอุตุนิยมวิทยา — รายงานฝน 25 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม 2569
- Thai PBS — คำชี้แจงกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับแก้มลิงคู้บอน
- กรมประชาสัมพันธ์ — การติดตามแผนรับมือฤดูฝนของเมืองพัทยา
#บริหารจัดการน้ำ #น้ำท่วมประเทศไทย #ภัยแล้ง #สทนช #แผนแม่บทน้ำ20ปี #ตรวจสอบภาครัฐ #ความรับผิดชอบภาครัฐ #ข่าววิเคราะห์ #สำนักข่าววิหคนิวส์
