วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตอบโต้กรณีนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง 3 ประเด็นที่ควรใช้พิจารณาความเหมาะสมของผู้บริหารประเทศ โดยสรุปเป็นคำว่า “โง่ ห่วย เลว”
นายศุภชัยตั้งคำถามถึงพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมหยิบยกเหตุการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในอดีต 3 ประเด็น เพื่อเรียกร้องให้พรรคตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางการเมืองของตนเองก่อนตรวจสอบบุคคลอื่น
ย้อนปมวิกฤตเศรษฐกิจและหนี้ IMF
ประเด็นแรก นายศุภชัยใช้คำว่า “โง่” โดยกล่าวถึงการบริหารเศรษฐกิจในช่วงวิกฤต ซึ่งเชื่อมโยงกับการกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จำนวน 510,000 ล้านบาท และการขายหนี้ผ่านองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.)
นายศุภชัยระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อประเทศอย่างมาก และกล่าวถึงกรณีผู้บริหาร ปรส. ที่ถูกดำเนินคดี โดยยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นคำถามต่อพรรคประชาธิปัตย์
ทั้งนี้ ตัวเลขและข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับความเสียหาย ตลอดจนรายละเอียดความรับผิดทางกฎหมาย เป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบกับข้อมูลทางการและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
วิจารณ์ผลงานเลือกตั้งย้อนหลัง 30 ปี
ประเด็นที่สอง นายศุภชัยใช้คำว่า “ห่วย” โดยกล่าวถึงผลการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2539 พร้อมระบุว่าพรรคไม่สามารถกลับมาชนะการเลือกตั้งทั่วไปเป็นอันดับหนึ่งได้อีก และจำนวน สส. ลดลงจากเดิมที่เคยมีมากกว่า 100 คน เหลือประมาณ 20 คน ตามข้อความที่โพสต์
นายศุภชัยมองว่า ผลการเลือกตั้งดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อพรรค ซึ่งเป็นข้อวิจารณ์ทางการเมืองจากเจ้าตัว
ย้อนข้อโต้แย้งเอกสารอภิปรายไม่ไว้วางใจปี 2539
ประเด็นที่สาม นายศุภชัยใช้คำว่า “เลว” โดยกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในปี 2539 ซึ่งเขาระบุว่ามีการนำเอกสารเพียงแผ่นเดียวมาแสดงประกอบการอภิปราย และต่อมามีข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของเอกสารดังกล่าว
นายศุภชัยตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ในอดีต พร้อมเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นนี้ให้ชัดเจน
ปมเริ่มจากคำวิจารณ์ 3 ประเด็นของการดี
ก่อนหน้านี้ นางการดี เลียวไพโรจน์ กล่าวถึงแนวทางการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยระบุว่าจะพิจารณา 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ขีดความสามารถด้านสติปัญญาของผู้บริหาร ความสามารถในการจัดการภัยพิบัติและปัญหาต่าง ๆ รวมถึงจริยธรรมและธรรมาภิบาล
นางการดีระบุว่า แม้ประเด็นเหล่านี้จะเป็นคำทางวิชาการ แต่สามารถสรุปเป็นภาษาไทยได้ว่า “โง่ ห่วย เลว” พร้อมกล่าวว่าจะขยายรายละเอียดเพื่อให้เห็นว่ากลุ่มบุคคลที่ถูกวิจารณ์มีความเหมาะสมในการบริหารประเทศหรือไม่
การตอบโต้ของนายศุภชัยครั้งนี้จึงเป็นการหยิบยกประเด็นทางประวัติศาสตร์การเมืองกลับมาตั้งคำถามต่อพรรคประชาธิปัตย์ โดยเจ้าตัวทิ้งท้ายว่า ก่อนตรวจสอบผู้อื่น พรรคควรตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของตนเองให้ชัดเจนเสียก่อน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข้อความเฟซบุ๊กของนายศุภชัย ใจสมุทร และข้อมูลต้นทางที่ผู้ใช้ส่งมา
#ศุภชัยใจสมุทร #การดีเลียวไพโรจน์ #ภูมิใจไทย #ประชาธิปัตย์ #การเมืองไทย #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #VihokNews
