14 ตุลาคม 2569
เปิดประวัติศาสตร์ระบบศักดินาไทย หลังคำว่า “พระยานาหมื่น” จากละครย้อนยุคและกระแสโลกออนไลน์กลับมาได้รับความสนใจ โดยเฉพาะประโยคดัง “กูก็ลูกพระยานาหมื่น” ที่ใช้กล่าวอ้างถึงชาติกำเนิดของผู้มีฐานะสูงในสังคมโบราณ
ข้อมูลจากฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า ระบุว่า ระบบศักดินาเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดลำดับชั้นของบุคคลในสังคมไทยสมัยโบราณ
คำว่า “พระยานาหมื่น” ไม่ได้หมายถึงชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นคำเรียกขุนนางชั้นสูงที่มีอัตราศักดินา 10,000 ตามระบบกฎหมายในอดีต
โดยคำว่า “พระยา” เป็นบรรดาศักดิ์ขุนนาง ส่วน “นาหมื่น” หมายถึงการมีศักดินาระดับ 10,000
ขุนนางระดับดังกล่าวบางตำแหน่งมีหน้าที่บริหารราชการสำคัญ ทั้งการปกครองหัวเมือง การคลัง การทหาร และงานราชการส่วนกลาง
ตัวอย่างขุนนางที่มีศักดินา 10,000 ได้แก่ พระยายมราช พระยาธรรมาธิบดี พระยาศรีธรรมาธิราช และพระยาพลเทพ ซึ่งเป็นขุนนางระดับเสนาบดีตามทำเนียบศักดินาในกฎหมายโบราณ
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ขุนนางที่ได้รับบรรดาศักดิ์พระยาทุกคนจะมีศักดินา 10,000 เพราะตำแหน่งชั้นพระยามีอัตราศักดินาแตกต่างกัน ตั้งแต่ 1,000 ถึง 10,000
รากฐานของระบบดังกล่าวย้อนกลับไปถึงสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา ก่อนมีการชำระกฎหมายในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ระบบศักดินาจึงไม่ใช่เพียงเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ แต่เป็นโครงสร้างที่กำหนดฐานะ สิทธิ หน้าที่ และความสัมพันธ์ระหว่างขุนนางกับผู้คนในสังคมไทยโบราณ
นายอินทร์
สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงาน
อ้างอิง :
ไทยรัฐออนไลน์
ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า เรื่องศักดินาสยาม
สารานุกรมวัฒนธรรมไทย เรื่องขุนนาง
#พระยานาหมื่น #ศักดินาไทย #ประวัติศาสตร์ไทย #กรุงศรีอยุธยา #ขุนนางโบราณ #บุพเพสันนิวาส #วิหคนิวส์
