9 ตุลาคม 2569
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การแสดงภาวะผู้นำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีการโยกย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมหนักในพื้นที่
นายวัสชี้ว่า การแสดงความเด็ดขาดของผู้นำต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ผ่านการตรวจสอบอย่างรอบคอบ ไม่ใช่อาศัยอารมณ์หรือข้อมูลเพียงด้านเดียวในการตัดสินใจ เพราะอาจกระทบความน่าเชื่อถือและความเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา
ประเด็นร้อนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ซึ่งเริ่มรายงานข่าวจากที่ประชุมในช่วงเวลา 08.15 น. นายอนุทินกล่าวตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ของนายอำเภอบ้านสร้างอย่างรุนแรง หลังได้รับรายงานจากฝ่ายจังหวัดว่าขาดความกระตือรือร้นและไม่ให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
นายกรัฐมนตรีใช้ถ้อยคำตำหนิต่อที่ประชุม พร้อมให้ตรวจสอบทั้งวินัยและทัศนคติในการปฏิบัติหน้าที่ โดยระบุว่าหากพบความบกพร่องร้ายแรง ก็ไม่สมควรอยู่ในระบบราชการต่อไป
นายวัสเห็นว่า การกล่าวตำหนิข้าราชการโดยระบุชื่อและนามสกุลผ่านการประชุมที่ถ่ายทอดสด ทั้งที่ยังไม่ผ่านกระบวนการสอบสวนอย่างครบถ้วน อาจทำให้สังคมเข้าใจว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น การแสดงท่าทีของผู้บังคับบัญชาระดับสูงอาจสร้างแรงกดดันต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการสอบสวนในอนาคต และเสี่ยงกระทบหลักความเป็นธรรมของกระบวนการพิจารณาทางวินัย
นอกจากนี้ ยังอาจสร้างผลกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติยศของนายอำเภอ ตลอดจนบุคคลในครอบครัวที่ใช้นามสกุลเดียวกัน
ย้อนกลับไปวันที่ 30 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีในขณะนั้นได้ทำหนังสือเสนอให้ย้ายนายอำเภอบ้านสร้างออกนอกพื้นที่ โดยอ้างปัญหาการประสานงานและการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย
ต่อมาวันที่ 6 ตุลาคม 2569 อธิบดีกรมการปกครองลงนามคำสั่งให้นายเสฏฐวุฒิไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง และปฏิบัติหน้าที่ประจำ ณ วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2569
แต่หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และมีประชาชนบางส่วนออกมาให้กำลังใจนายอำเภอบ้านสร้าง สถานการณ์กลับพลิกผันอีกครั้ง
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายอนุทินชี้แจงว่า การโยกย้ายดังกล่าวไม่ใช่การลงโทษหรือกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่เป็นการสลับตำแหน่งตามการบริหารราชการ โดยระบุว่านายอำเภอปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่มานานประมาณ 5 ปีแล้ว
นายกรัฐมนตรียังชี้แจงว่า การดำเนินการเป็นอำนาจของฝ่ายข้าราชการประจำ และยืนยันว่าต้องรับฟังผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งรับผิดชอบสถานการณ์ในพื้นที่
คำชี้แจงดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่นายวัสหยิบยกขึ้นวิจารณ์ โดยมองว่าท่าทีของฝ่ายบริหารเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง จากการกล่าวถึงการสอบวินัยอย่างเข้มข้น กลายเป็นการอธิบายว่าเป็นการโยกย้ายตามปกติ
นายวัสตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า การอ้างอำนาจของอธิบดีกรมการปกครองและปลัดกระทรวงมหาดไทย อาจถูกมองว่าเป็นการผลักภาระความรับผิดชอบจากฝ่ายการเมืองไปยังฝ่ายข้าราชการประจำ
ขณะเดียวกัน นายเสฏฐวุฒิเคยให้ข้อมูลกับสื่อว่า พร้อมรับการตรวจสอบการทำงานย้อนหลัง แต่ไม่ประสงค์ชี้แจงรายละเอียดผลงานของตนเอง เพราะเกรงว่าจะถูกมองว่าเป็นการแก้ตัว
นายวัสย้ำประเด็นสำคัญว่า การบริหารประเทศในสถานการณ์วิกฤตต้องคำนึงถึงความรวดเร็วควบคู่กับความรอบคอบ โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหา และการแสดงความรับผิดชอบต่อคำพูดของผู้นำ
กรณีดังกล่าวจึงยังเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องความเหมาะสมของการโยกย้ายข้าราชการ และการรักษาความเป็นธรรมในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง :
PostToday
ไทยพีบีเอส
เดลินิวส์
ข่าวสด
#อนุทินชาญวีรกูล #วัสติงสมิตร #นายอำเภอบ้านสร้าง #เสฏฐวุฒิวงศ์เลอวุฒิ #ย้ายนายอำเภอ #ปราจีนบุรี #น้ำท่วม2569 #กระทรวงมหาดไทย #สอบวินัย #หลักนิติธรรม #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #วิหคนิวส์ #VihokNew
