8 ตุลาคม 2569
เปิดปฏิบัติการสะเทือนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ! หลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) สกัดจับผู้ต้องหาชาวจีนรายสำคัญตามหมายจับของทางการจีน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนเดินทางหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงและระดมทุนผิดกฎหมาย มีผู้เสียหายทั่วประเทศจีนกว่า 3,100 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 8,300 ล้านบาท
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รองผู้บัญชาการ สตม. และ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สตม.
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รับการประสานข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ให้ติดตามตัว MR.QIANG (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นผู้ต้องหารายสำคัญตามหมายจับของทางการจีน ในคดีฉ้อโกงประชาชนและระดมเงินทุนโดยผิดกฎหมาย
ย้อนพฤติการณ์สุดอึ้ง!
ข้อมูลการสืบสวนของทางการจีนระบุว่า ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ถึงเดือนมิถุนายน 2567 นายเฉียงและนางเฉิน (นามสมมุติ) ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันบริหารและควบคุมกิจการของบริษัท ไห่หนาน อินดัสเทรียล กรุ๊ป จำกัด (Hainan Industrial Group Co., Ltd.) พร้อมบริษัทในเครือ
เครือข่ายดังกล่าวขยายสำนักงานสาขาและจุดประชาสัมพันธ์ไปยังหลายพื้นที่ของประเทศจีน ทั้งมณฑลหูหนาน ซานตง หูเป่ย์ เจียงซู เหลียวหนิง และเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง
พฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาคือ การแอบอ้างว่ามีความร่วมมือกับบริษัท ไชน่า เกรท แอสเซท แมเนจเมนท์ จำกัด เพื่อบริหารและจำหน่ายสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ก่อนชักชวนประชาชนเข้าร่วมลงทุนในโครงการโอนสิทธิเรียกร้องและสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงิน
โดยใช้ข้อเสนอผลตอบแทนดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 6.8–11.4 ต่อปี เป็นเครื่องมือดึงดูดประชาชนให้นำเงินเข้าร่วมลงทุน
แม้ในเดือนพฤษภาคม 2567 บริษัท ไห่หนาน อินดัสเทรียล กรุ๊ป จำกัด จะเลิกกิจการแล้ว แต่จากข้อมูลของทางการจีน กลุ่มผู้ต้องหายังคงดำเนินกิจกรรมระดมทุนต่อ โดยเปลี่ยนไปใช้ชื่อบริษัท ไห่หนาน อินเวสท์เมนท์ กรุ๊ป จำกัด (Hainan Investment Group Co., Ltd.)
กระทั่งการสืบสวนพบว่า เครือข่ายบริษัทที่เกี่ยวข้องถูกกล่าวหาว่าใช้บัญชีธนาคารของนิติบุคคลอื่นหลายแห่งในการรับโอนเงินจากประชาชน
ยอดเงินที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนผิดกฎหมายพุ่งสูงประมาณ 1,662 ล้านหยวน หรือกว่า 8,300 ล้านบาท
มีผู้เสียหายกว่า 3,100 รายทั่วประเทศจีน และยังมีเงินจำนวนมากที่ไม่ได้รับการชดใช้คืน
หลังทางการจีนออกหมายจับผู้ต้องหารายสำคัญ และมีข้อมูลว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทย จึงประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยให้ติดตามตัว
จนกระทั่งวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพบชายชาวจีนต้องสงสัยกำลังเตรียมเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
ผลการตรวจสอบยืนยันว่า ชายคนดังกล่าวคือ MR.QIANG อายุ 51 ปี ตรงกับข้อมูลบุคคลตามหมายจับของทางการจีนที่ได้รับการประสานมา
เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 (7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
ก่อนควบคุมตัวส่งกองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญของความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยกับทางการจีน ในการติดตามบุคคลตามหมายจับคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองย้ำเป้าหมายป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้ต้องหารายสำคัญจากต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง :
มติชนออนไลน์
ผู้จัดการออนไลน์
สยามรัฐ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ข้อมูลการปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนตามหมายจับของทางการจีน
#สตม
#ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
#จับแก๊งจีน
#แก๊งฉ้อโกงหูหนาน
#แก๊งจีนเทา
#ฉ้อโกง8300ล้าน
#เหยื่อ3100ราย
#สุวรรณภูมิ
#หลอกลงทุน
#ระดมทุนผิดกฎหมาย
#อาชญากรรมข้ามชาติ
#ตำรวจไทยจีน
#ข่าวอาชญากรรม
#ข่าวด่วน
#สำนักข่าววิหคนิวส์
#VIHOKNEWS
