เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » บ้าไปละ !! เอาภาษีไปเล่นหุ้น “รอง ผจก.สสส.” แจงปมร้อน 1,700 ล้าน ยันเงิน 4,000 ล้านเป็นงบผูกพัน ไม่ได้ใช้ครั้งเดียว

บ้าไปละ !! เอาภาษีไปเล่นหุ้น “รอง ผจก.สสส.” แจงปมร้อน 1,700 ล้าน ยันเงิน 4,000 ล้านเป็นงบผูกพัน ไม่ได้ใช้ครั้งเดียว

7 October 2026
41   0

จากกรณีมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเฉพาะประเด็นการนำเงินไปบริหารและลงทุนจำนวนประมาณ 1,700 ล้านบาท จากงบประมาณที่ได้รับปีละประมาณ 4,000 ล้านบาท

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุน สสส. ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ชี้แจงว่า ความเข้าใจว่า สสส.ได้รับเงินประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี แล้วนำเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนเพื่อหาดอกผลนั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

เงิน 4,000 ล้าน เป็นกรอบงบผูกพัน

ดร.ประกาศิตอธิบายว่า สสส.บริหารงบประมาณแบบสมดุล คือได้รับเงินมาเท่าใด จะมีการจัดสรรออกไปตามกรอบงบประมาณทั้งหมด แต่ไม่ได้หมายความว่าโครงการทุกโครงการจะใช้เงินทั้งหมดภายในปีเดียว

โครงการของ สสส.บางโครงการดำเนินการ 1 ปี ขณะที่บางโครงการใช้เวลามากกว่า 1 ปี โดยส่วนใหญ่จะใช้เงินประมาณ 40% ในปีแรก ส่วนอีกประมาณ 60% จะใช้ในปีที่ 2–3

จึงเกิดเงินสำรองที่มีภาระผูกพันกับโครงการ ซึ่งต้องบริหารจัดการให้เหมาะสม

เงินสำรอง 1,500–1,700 ล้าน บริหารอย่างไร

ดร.ประกาศิตระบุว่า งบที่มีภาระผูกพันจริง ๆ อยู่ที่ประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท แต่การถือเงินสดจำนวนดังกล่าวไว้โดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ จึงมีการบริหารเงินสำรองตามนโยบายของคณะกรรมการกองทุน

แนวทางที่ใช้ประกอบด้วยการฝากธนาคารออมทรัพย์ การซื้อพันธบัตรรัฐบาล และการลงทุนบางส่วน

สำหรับเงินประมาณ 1,500–1,700 ล้านบาท เป็นส่วนที่นำมาบริหารจัดการ โดยดร.ประกาศิตระบุว่า การลงทุนในหุ้นมีสัดส่วนไม่เกินประมาณ 10–12% ส่วนที่เหลือเป็นการฝากประจำหรือซื้อพันธบัตรรัฐบาลตามข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ที่ผ่านมา มีบริษัทหลักทรัพย์ของกสิกรไทยเข้ามาดูแลส่วนหนึ่งของการบริหารเงินดังกล่าว

ยืนยันที่ผ่านมา “ได้ตลอด ยังไม่เคยติดลบ”

เมื่อถูกถามว่าการลงทุนผ่านบริษัทจัดการหลักทรัพย์ที่ผ่านมาได้กำไรหรือขาดทุน ดร.ประกาศิตระบุว่า

“ที่ผ่านมาได้ตลอด ยังไม่เคยติดลบ”

ทำไมจึงโยกเงินไปฝาก ธ.ก.ส.

ส่วนกรณีที่มีการโยกเงินไปฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ดร.ประกาศิตชี้แจงว่า เป็นผลจากการที่คณะกรรมการชุดปัจจุบันต้องการทบทวนและตรวจสอบความถูกต้องด้านกฎหมายว่า สสส.มีอำนาจตามกฎหมายในการลงทุนในหุ้นกู้หรือหลักทรัพย์ต่าง ๆ หรือไม่

ระหว่างที่มีการสอบทาน สสส.จึงหยุดการดำเนินการดังกล่าว เพื่อแสดงความโปร่งใส พร้อมคืนหลักทรัพย์ทั้งหมด และนำเงินไปฝากไว้กับ ธ.ก.ส.ในช่วงที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

แจงตัวชี้วัดความคุ้มค่า 4,000 ล้าน

สำหรับคำถามว่า การใช้งบประมาณประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี มีตัวชี้วัดความคุ้มค่าอย่างไร ดร.ประกาศิตระบุว่า งานสร้างเสริมสุขภาพเป็นงานระยะยาว แตกต่างจากการรักษาพยาบาลที่สามารถนับจำนวนผู้ป่วยและผลการรักษาได้โดยตรง

การสร้างเสริมสุขภาพเป็นการป้องกันความเสี่ยงก่อนเกิดปัญหา ดังนั้นผลลัพธ์ เช่น การลดจำนวนผู้ป่วยหรือการลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ ต้องใช้เวลานานในการประเมิน

“ให้เหล้าเท่ากับแช่ง”–“สวดมนต์ข้ามปี”

ดร.ประกาศิตยกตัวอย่างการรณรงค์ด้านเหล้าและบุหรี่ ซึ่งต้องใช้เวลามากกว่า 20 ปีจึงจะเห็นผลกระทบอย่างชัดเจน

พร้อมยกตัวอย่างแคมเปญ “ให้เหล้าเท่ากับแช่ง” และ “สวดมนต์ข้ามปี” โดยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมทางสังคม

อย่างไรก็ตาม สสส.ไม่ได้เป็นหน่วยงานให้บริการหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย แต่ทำหน้าที่สนับสนุนกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ ดังนั้นผลสำเร็จหลายเรื่องจึงเป็นผลงานร่วมกับหน่วยงานและภาคีต่าง ๆ

เหตุผลที่ต้องมี สสส.แยกจากงบส่วนกลาง

เมื่อถูกถามว่าหากนำงบประมาณไปสนับสนุนหน่วยงานรัฐโดยตรงจะมีประสิทธิภาพมากกว่าหรือไม่ ดร.ประกาศิตระบุว่า งานสร้างเสริมสุขภาพครอบคลุมมากกว่าเรื่องเหล้าและบุหรี่ ยังรวมถึงอาหาร สิ่งแวดล้อม และประเด็นสุขภาพอื่น ๆ

ก่อนมี สสส. งานเหล่านี้กระจายอยู่ตามหน่วยงานต่าง ๆ แต่การจัดสรรงบประมาณต้องแข่งขันกับภารกิจอื่นของแต่ละหน่วยงาน ทำให้งานสร้างเสริมสุขภาพอาจไม่ได้รับงบประมาณตามความจำเป็น

จึงมีแนวคิดให้มีแหล่งเงินทุนที่เป็นอิสระจากงบประมาณส่วนกลาง เพื่อให้การขับเคลื่อนงานสามารถดำเนินต่อเนื่อง

แจงงบ NGO–ภาครัฐ–ภาคส่วนอื่น

สำหรับข้อสังเกตว่า สสส.เป็นแหล่งรวมงบประมาณของ NGO บางกลุ่ม และมีโครงการที่ได้รับงบซ้ำ ๆ ดร.ประกาศิตชี้แจงว่า งบประมาณทั้งหมดของ สสส.มีประมาณ 30–40% ที่ไปยัง NGO ขณะที่อีกประมาณ 40–50% เข้าสู่กลไกภาครัฐ และกระจายไปหลายกระทรวง ส่วนที่เหลือเป็นการสนับสนุนกลุ่มหรือบุคคลขนาดเล็ก

ส่วนกรณีที่มีข้อสังเกตว่ากลุ่มเดิมได้รับงบประมาณซ้ำ ดร.ประกาศิตยอมรับว่า “มี” แต่ให้เหตุผลว่า ภาคีบางรายทำงานต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนก่อตั้ง สสส. และหากเป็นงานที่ดำเนินการได้ดีต่อเนื่องและเกิดประโยชน์ต่อสังคม การได้รับทุนต่อเนื่องจึงไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเป็นเรื่องผิด

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand / ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุน สสส. วันที่ 6 ตุลาคม 2569

#สสส #ประกาศิตกายะสิทธิ์ #งบสสส #ลงทุนหุ้น #1700ล้าน #4000ล้าน #ธกส #งบประมาณรัฐ #สร้างเสริมสุขภาพ #วิหคนิวส์