นาย สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองจากบทบาท กกต.เสียงข้างน้อยในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หลังแสดงความเห็นแตกต่างจากเสียงข้างมากในการพิจารณาสำนวนคดีดังกล่าว
ล่าสุด นายสิทธิโชติระบุว่า ตนเองได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับคดี สว. ในทุกมิติเสร็จสิ้นแล้ว และมองว่าการเปิดเผยข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งที่ประชาชนควรได้รับทราบ
⚖️ จากเส้นทางตุลาการสู่ กกต.
นายสิทธิโชติสำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเป็นเนติบัณฑิตไทย ก่อนศึกษาต่อระดับรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตจาก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
นอกจากนี้ยังผ่านหลักสูตรสำคัญหลายหลักสูตร เช่น หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร ภาครัฐ เอกชน และการเมือง (วปอ.) รุ่น 2549 หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่นที่ 9 และหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 10
เส้นทางราชการของนายสิทธิโชติอยู่ในสายงานตุลาการมาเป็นเวลานาน เคยดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเชียงใหม่ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดระนอง เลขานุการศาลอาญา เลขานุการศาลอุทธรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ผู้พิพากษาศาลฎีกา และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
อีกตำแหน่งสำคัญคือ ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ก่อนเข้าสู่ตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง
🏛️ เข้ารับตำแหน่ง กกต. ปี 2567
นายสิทธิโชติได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่ง กกต. และเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคม 2567 แทนนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์
เมื่อเข้ามารับหน้าที่ กกต. นายสิทธิโชติมีพื้นฐานจากสายงานตุลาการและประสบการณ์ด้านคดีเลือกตั้งโดยตรงจากการดำรงตำแหน่งในศาลฎีกา
🚨 บทบาท “กกต.เสียงข้างน้อย” คดีฮั้ว สว.
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กกต. พิจารณาสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. โดยมีผู้ถูกร้องจำนวน 427 คน และมีมติส่งศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญารวม 77 คน ในจำนวนนี้เป็น สว.ปัจจุบัน 26 คน
สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรค และ สส. นายสิทธิโชติและนาย ชาย นครชัย เป็น 2 เสียงข้างน้อยที่มีความเห็นแตกต่างจากเสียงข้างมาก โดยเห็นว่าพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนมีน้ำหนักเพียงพอที่จะดำเนินคดีต่อ
นายสิทธิโชติอธิบายหลักการพิจารณาของฝ่ายเสียงข้างน้อยว่า ต้องพิจารณาพยานหลักฐานประกอบกันทั้งระบบ ทั้งประเด็นการจัดทำโพยในหลายพื้นที่ ความสัมพันธ์ของบุคคล ข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ พยานบุคคล และเส้นทางการเงิน
🔥 ยืนยันทำหน้าที่ครบทุกมิติ
ในข้อความล่าสุด นายสิทธิโชติระบุว่า
“ผมทำหน้าที่ของผมเกี่ยวกับคดี สว.ในทุกมิติเสร็จหมดแล้ว”
พร้อมระบุว่า การทำหน้าที่ของตนไม่น่าจะเข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมด้วยเหตุผลเพียงประการเดียว โดยอธิบายว่าจริยธรรมหมายถึงคุณธรรมและการประพฤติปฏิบัติที่ไม่ฝ่าฝืนมโนสำนึกของคนในสังคม
⚡ “ถ้าถูกวินิจฉัยว่าฝ่าฝืนจริยธรรม ก็ยอมรับและภูมิใจ”
นายสิทธิโชติกล่าวต่อว่า หากผู้มีอำนาจวินิจฉัยว่าการกระทำของตนเข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรม ก็พร้อมยอมรับผลดังกล่าว และยังคงภูมิใจกับการทำหน้าที่ เพราะเชื่อว่าประชาชนควรได้รับทราบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง
พร้อมระบุว่า หากต้องออกจากราชการด้วยเหตุนี้ ก็พร้อมกลับไปทำไร่ทำสวน และจะยังคงรู้สึกภูมิใจและสบายใจ
“หากออกจากราชการไปด้วยเหตุนี้ ไปทำไร่ทำสวนก็ภูมิใจ สบายใจแล้วครับ”
ปัจจุบันยังเป็น กกต.เสียงข้างน้อยในคดีฮั้ว สว.
ก่อนหน้านี้ นายสิทธิโชติยืนยันว่า ความเห็นแตกต่างในคดีฮั้ว สว. เป็นความเห็นต่างเฉพาะบางประเด็น และไม่ได้หมายความว่า กกต.ทั้ง 7 คนไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ โดยระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างกรรมการ กกต.ยังคงเป็นไปตามปกติ
ขณะเดียวกัน มีการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบนายสิทธิโชติจากกรณีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. โดยประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบตามที่มีรายงานข่าว
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: มติชน, Thai PBS, THE STANDARD, สำนักข่าวอิศรา, ข่าวและคำกล่าวของนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ
#สิทธิโชติอินทรวิเศษ #สิทธิโชติ #กกต #กกตเสียงข้างน้อย #ฮั๊วสว #ฮั้วสว #คดีฮั้วสว #เลือกตั้งสว #ศาลฎีกา #ปปช #จริยธรรม #วิหคนิวส์
