เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » ⚖️ ศาลฎีกาพิพากษายืน! จำคุก “ไผ่–ครูใหญ่” 3 ปี คดี ม.112 ปราศรัยใส่ร้ายสถาบันฯ

⚖️ ศาลฎีกาพิพากษายืน! จำคุก “ไผ่–ครูใหญ่” 3 ปี คดี ม.112 ปราศรัยใส่ร้ายสถาบันฯ

1 October 2026
19   0

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ศาลจังหวัดภูเขียวอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่” และนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ “ครูใหญ่” จากกรณีปราศรัยเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ในการชุมนุมบริเวณหน้าโรงเรียนภูเขียวและสถานีตำรวจภูธรภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำคุกนายจตุภัทร์เป็นเวลา 2 ปี 12 เดือน และนายอรรถพลเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่ให้รอการลงโทษ ถือเป็นการสิ้นสุดการพิจารณาคดีในชั้นศาลฎีกา

ศาลตีความ ม.112 ครอบคลุมกษัตริย์ทุกพระองค์แห่งราชวงศ์จักรี

ประเด็นสำคัญในคำพิพากษาคือการตีความขอบเขตการคุ้มครองตามมาตรา 112 โดยศาลฎีกาเห็นว่า แม้บทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ระบุคำว่า “สถาบันพระมหากษัตริย์” ไว้โดยตรง แต่การคุ้มครองครอบคลุมพระมหากษัตริย์ทั้งพระองค์ปัจจุบันและพระมหากษัตริย์ในอดีตทุกพระองค์แห่งราชวงศ์จักรี

ศาลให้เหตุผลว่า สถาบันพระมหากษัตริย์มีความหมายเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ ความผูกพันทางวัฒนธรรม และโครงสร้างทางกฎหมายที่สืบทอดต่อเนื่องกันมา อีกทั้งความเคารพต่อสถาบันในปัจจุบันส่วนหนึ่งมีรากฐานจากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในอดีต

สำหรับข้อโต้แย้งของนายจตุภัทร์ที่ขอให้ตีความมาตรา 112 อย่างเคร่งครัด และคุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์อยู่ในปัจจุบัน ศาลไม่เห็นด้วย โดยวินิจฉัยว่าพระมหากษัตริย์กับสถาบันพระมหากษัตริย์มีความเชื่อมโยงกัน และเกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

ศาลชี้ถ้อยคำปราศรัยของไผ่เข้าข่ายความผิด

ในส่วนของนายจตุภัทร์ ศาลวินิจฉัยว่า ถ้อยคำปราศรัยมีลักษณะกล่าวหาว่าพระมหากษัตริย์ในอดีตและพระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบันไม่ทรงอยู่ในทศพิธราชธรรม ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นการทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศและถูกดูหมิ่นเกลียดชัง

ศาลจึงไม่รับฟังข้ออ้างของนายจตุภัทร์ที่ว่าถ้อยคำดังกล่าวหมายถึงสถาบันในภาพรวม ไม่ได้มุ่งกล่าวถึงตัวบุคคล และเห็นว่าการกระทำเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112

ครูใหญ่ยืนยันหมายถึงตำแหน่ง แต่ศาลไม่รับฟัง

สำหรับนายอรรถพล หรือ “ครูใหญ่” ซึ่งต่อสู้ว่าคำว่า “กษัตริย์” หมายถึงตำแหน่ง ไม่ใช่ตัวบุคคล และถ้อยคำที่กล่าวถึงการระเบิดภูเขาหมายถึงบริษัทปูนซิเมนต์ไทย ศาลฎีกาไม่เห็นด้วยกับข้ออ้างดังกล่าว

ศาลเห็นว่า ถ้อยคำปราศรัยทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจสั่งให้ระเบิดภูเขาเพื่อประโยชน์ของโรงงานปูนซีเมนต์ในจังหวัดสระบุรี จึงไม่ใช่เพียงการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลตามที่จำเลยอ้าง

ส่วนข้อเปรียบเทียบตำแหน่งพระมหากษัตริย์กับตำแหน่งข้าราชการหรือผู้ใหญ่บ้าน ศาลเห็นว่ามีความแตกต่างกันทั้งด้านที่มาของตำแหน่ง อำนาจ วาระการดำรงตำแหน่ง และความรับผิดตามกฎหมาย

ศาลไม่ให้รอการลงโทษ

นายอรรถพลได้ยื่นขอให้ศาลรอการลงโทษ แต่ศาลเห็นว่าการกระทำเกิดขึ้นต่อหน้าสาธารณชน โดยมีเจตนาให้บุคคลทั่วไปได้รับรู้ และมีผลลดพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ

ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำคุกนายจตุภัทร์ 2 ปี 12 เดือน และนายอรรถพล 2 ปี โดยฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

อ่านคำพิพากษาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

การอ่านคำพิพากษามีขึ้นที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ศาลจังหวัดภูเขียว เมื่อเวลา 10.00 น. โดยทนายความและครอบครัวของนายจตุภัทร์เดินทางไปฟังคำพิพากษาที่ศาล ขณะที่จำเลยทั้งสองเชื่อมต่อผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

คดีนี้เกิดจากการปราศรัยเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 และมีการเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกามาแล้วสองครั้ง ก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษาในวันที่ 30 กันยายน 2569

สำนักข่าววิหคนิวส์

ที่มา: ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR)

#ไผ่จตุภัทร์ #ครูใหญ่อรรถพล #มาตรา112 #ศาลฎีกา #คดีภูเขียว #เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น #คดีการเมือง #วิหคนิวส์