เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » 🚨 น้ำท่วมซ้ำซาก! 36 จังหวัดอ่วม บ้านเรือนจม ประชาชนเดือดร้อน เสียชีวิตแล้ว ต้นเหตุรัฐบาลขาดวิสัยทัศน์ อ่อนประสบการณ์ มีแต่ลูกเทพ

🚨 น้ำท่วมซ้ำซาก! 36 จังหวัดอ่วม บ้านเรือนจม ประชาชนเดือดร้อน เสียชีวิตแล้ว ต้นเหตุรัฐบาลขาดวิสัยทัศน์ อ่อนประสบการณ์ มีแต่ลูกเทพ

26 September 2026
42   0

สถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศไทยช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ยังคงสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน พื้นที่เกษตรกรรม และเส้นทางสัญจรของประชาชนหลายจังหวัด ท่ามกลางฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในเขตเมือง โดยปัญหาการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ระบายน้ำ การจัดการทางน้ำ ไปจนถึงการแจ้งเตือนภัย กลายเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ต้องชี้แจงผลการดำเนินงาน

ข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 07.00 น. ระบุว่า ในช่วงวันที่ 16–26 กันยายน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสะสม 36 จังหวัด รวม 143 อำเภอ 506 ตำบล 1,966 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 33,302 ครัวเรือน รวม 102,957 คน

ขณะที่สถานการณ์ที่ยังดำเนินอยู่ในวันดังกล่าวครอบคลุม 21 จังหวัด รวม 93 อำเภอ 350 ตำบล 1,425 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 27,109 ครัวเรือน รวม 84,605 คน ส่วนกรุงเทพมหานครมีน้ำท่วมขังบนผิวการจราจร 44 จุด แม้หลายพื้นที่มีระดับน้ำลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่

เปิดปมขุดลอกคลอง–กำจัดสิ่งกีดขวาง ทำทั่วถึงหรือไม่ ซึ่งพบว่าไม่มีมาตรการหรือคำสั่งใดใดในการเตรียมพร้อม แม้อุทกภัยดังกล่าวจะเกิดขึ้นทุกปี

หนึ่งในมาตรการสำคัญในการป้องกันน้ำท่วม คือการขุดลอกแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง และกำจัดวัชพืชหรือสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน แต่รัฐบาลอนุทินทั้งสองรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการเลย

รัฐบาลได้ประกาศมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน โดยกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขุดลอกทางระบายน้ำ ตรวจสอบคันกั้นน้ำ และเตรียมเครื่องจักรกับระบบระบายน้ำให้พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม เมื่อหลายจังหวัดยังประสบอุทกภัย คำถามสำคัญคือการดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงมากน้อยเพียงใด โครงการขุดลอกเสร็จทันก่อนฝนตกหนักหรือไม่ และมีการตรวจสอบประสิทธิภาพของทางระบายน้ำหลังดำเนินงานแล้วหรือยัง

ข้อมูลการขุดลอกรายพื้นที่ งบประมาณที่ใช้ ระยะเวลาดำเนินการ และผลการตรวจสอบทางน้ำ จึงเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับประเมินว่ามาตรการป้องกันก่อนเกิดภัยสามารถลดความเสียหายได้จริงเพียงใด

ไม่มีการ เตือนภัยล่วงหน้า ทันก่อนน้ำเข้าบ้าน แต่ดันชะล่าใจยืนยันว่าไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แถมส่งคนไปแจ้งจับคนแจ้งเตือนภัยพิบัติ

อีกประเด็นที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน คือความรวดเร็วและความแม่นยำของการแจ้งเตือนภัยพิบัติ ไม่ได้มีการจัดทำอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการเตือนภัยทาง SMS ไม่ได้มีการส่งถึงคนส่วนใหญ่ที่ก่อนจะเกิดประสบอุทกภัย

แม้ประเทศไทยมีศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติและระบบ Cell Broadcast สำหรับส่งข้อความเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือ แต่ประสิทธิภาพของระบบต้องพิจารณาจากเวลาที่ประชาชนได้รับแจ้งเตือน ความแม่นยำของพื้นที่เสี่ยง และความชัดเจนของคำแนะนำในการอพยพ

โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและชุมชนที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก หากประชาชนได้รับข้อมูลล่าช้า ย่อมมีเวลาจำกัดในการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง สัตว์เลี้ยง ยานพาหนะ และทรัพย์สินออกจากพื้นที่เสี่ยง

การตรวจสอบบันทึกเวลาพยากรณ์ เวลาส่งข้อความ และเวลาที่น้ำเข้าถึงแต่ละชุมชน จะช่วยให้เห็นข้อเท็จจริงว่าการแจ้งเตือนมีความล่าช้าหรือไม่ และจุดใดจำเป็นต้องปรับปรุงระบบ

น้ำเหนือ–น้ำฝน กรุงเทพฯ และอยุธยา เผชิญปัญหาต่างกัน

กรุงเทพมหานครเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งอาจเกินขีดความสามารถของท่อระบายน้ำ คลอง และสถานีสูบน้ำ ขณะที่พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาต้องเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

ส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดลุ่มเจ้าพระยาได้รับผลกระทบจากน้ำเหนือที่ไหลลงสู่ภาคกลาง ประกอบกับฝนที่ตกในพื้นที่และข้อจำกัดในการระบายน้ำ โดยเฉพาะชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมในที่ลุ่มต่ำ ซึ่งเกิดขึ้นประจำทุกปีรัฐบาลไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาด้วยการขุดโรคน้ำแม่แม่น้ำหรือขยายเส้นทางทางน้ำให้เดินทางได้สะดวกปลอดภัยเพื่อลดปัญหาของประชาชน

การแก้ปัญหาจึงต้องเชื่อมโยงการบริหารน้ำจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการจัดการอ่างเก็บน้ำ การควบคุมการระบายผ่านเขื่อน การเพิ่มทางผันน้ำ การปรับปรุงคลองสายหลัก และการจัดพื้นที่รับน้ำหลาก

โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล–บางไทร เป็นหนึ่งในโครงการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบรรเทาน้ำท่วมอยุธยา ความคืบหน้าและผลการดำเนินงานจึงเป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตามควบคู่กับมาตรการระยะสั้น

จันทบุรีน้ำท่วม เสียชีวิต 2 ราย ประชาชนได้รับผลกระทบ

ด้านความสูญเสียจากอุทกภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดจันทบุรี ครอบคลุม 5 อำเภอ ได้แก่ แก่งหางแมว โป่งน้ำร้อน นายายอาม เขาคิชฌกูฏ และมะขาม รวม 15 ตำบล 41 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 117 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญของการแจ้งเตือนและการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณที่น้ำป่าสามารถไหลหลากเข้าถึงชุมชนได้อย่างรวดเร็ว

รัฐบาลตั้งมาตรการรับมือ แต่ผลลัพธ์กลับตรวจสอบไม่ได้

ล่าสุด วันที่ 26 กันยายน 2569 นายอนุทินเพิ่งจะสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วม จัดกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกล เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และแจ้งเตือนประชาชนเมื่อพบความเสี่ยง ทั้งทั้งที่น้ำท่วมไปแล้วสองวัน

อย่างไรก็ตาม การประเมินประสิทธิภาพของรัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาผลการปฏิบัติงานจริง ไม่ใช่เพียงจำนวนมาตรการหรือคำสั่ง โดยเฉพาะการแก้ไขจุดน้ำท่วมซ้ำซาก ความครอบคลุมของการขุดลอก ความแม่นยำของการพยากรณ์ ความรวดเร็วในการแจ้งเตือน และการลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

น้ำท่วมซ้ำซาก ความเสียหายที่ประชาชนต้องแบกรับ

เมื่อประชาชนต้องเผชิญน้ำท่วม บ้านเรือนเสียหาย การเดินทางหยุดชะงัก พื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบ และบางพื้นที่มีผู้เสียชีวิต การบริหารจัดการน้ำจึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดเหตุ และหลังน้ำลด

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดเผยผลการดำเนินงาน งบประมาณ และความคืบหน้าของโครงการป้องกันน้ำท่วม เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่ามาตรการต่าง ๆ ช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายได้มากน้อยเพียงใด

สิ่งเหล่านี้คือข้อบกพร่องของรัฐบาลที่มาจากนักการเมืองในขณะที่ฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาชนจนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรเพราะเป็นพรรค การเมืองใหม่ที่ขาดประสบการณ์ไม่มีความรู้โดยเฉพาะเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แต่เวลาหาเสียงก็เจตนาที่จะเข้ามาช่วยเหลือประชาชน

ในขณะที่พรรคการเมืองอื่นๆก็อยู่ในในลักษณะเดียวกันซึ่งปัญหาหลักของชาติก็คือมีนักการเมืองแต่ขาดวิสัยทัศน์นั่นเอง ซึ่งผู้ได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีส่วนใหญ่มาจากลูกเทพ ที่ไร้ซึ่งประสบการณ์

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กรมอุตุนิยมวิทยา, สำนักข่าวไทยพีบีเอส, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

#น้ำท่วม2569 #น้ำท่วมซ้ำซาก #รัฐบาลอนุทิน #บริหารจัดการน้ำ #เตือนภัยพิบัติ #น้ำท่วมกรุงเทพ #น้ำท่วมอยุธยา #จันทบุรี #สำนักข่าววิหคนิวส์