25 กันยายน 2559
กลายเป็นประเด็นร้อนท่ามกลางสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา เมื่อโพสต์เก่าของ “ปะดิธ สังขจาย” สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ถูกนำกลับมาเผยแพร่อีกครั้ง หลังเจ้าตัวเคยระบุเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ว่า “ปีนี้ 2569 น้ำไม่ท่วมแน่นอน” ก่อนสถานการณ์พลิกอย่างรวดเร็วในเดือนกันยายน และเจ้าตัวออกมายอมรับภายหลังว่าคาดการณ์ผิด
วันที่ 22 กันยายน ปะดิธโพสต์ยอมรับตรงๆ ว่า “ผมผิดครับที่บอกว่าน้ำจะไม่ท่วม” พร้อมชี้แจงว่าการบริหารจัดการน้ำไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของตน และไม่มีใครต้องการเห็นประชาชนเผชิญน้ำท่วมและความเดือดร้อน
สถานการณ์ร้อนขึ้นต่อเนื่อง เมื่อปริมาณน้ำจากตอนบนไหลลงสู่ลุ่มเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ประกอบกับฝนตกต่อเนื่อง กรมชลประทานจึงเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา โดยข้อมูลวันที่ 24 กันยายน เวลา 06.00 น. ระบุว่า สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์มีน้ำไหลผ่านประมาณ 1,777 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาคงการระบายไว้ที่ 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ผลกระทบเริ่มชัดเจนในพื้นที่ท้ายเขื่อน โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำในพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และลำน้ำสาขาปรับสูงขึ้น จนบ้านเรือนบางพื้นที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่มีเสียงจากชาวบ้านบางส่วนว่าการเชื่อข้อมูลก่อนหน้านี้ทำให้ไม่ได้เตรียมรับสถานการณ์อย่างเต็มที่
วันที่ 23 กันยายน เวลา 18.10 น. ที่รัฐสภา ปะดิธพร้อม สส.พระนครศรีอยุธยาของพรรคภูมิใจไทย แถลงยืนยันว่าไม่ได้ทอดทิ้งประชาชนและติดตามสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการรับมือน้ำท่วม
จากนั้นวันที่ 24 กันยายน เวลา 11.05 น. ปะดิธลุกขึ้นตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เรื่องการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบกระทู้แทน
ปะดิธแจกแจงตัวเลขว่า วันที่ 17 กันยายน เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำประมาณ 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนเพิ่มเป็น 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันที่ 20 กันยายน 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีวันที่ 21 กันยายน 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีวันที่ 22 กันยายน และขึ้นถึง 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันที่ 23–24 กันยายน พร้อมขอให้รัฐบาลชี้แจงเหตุผลและมาตรการลดผลกระทบต่อประชาชน
ฝั่งรัฐบาลชี้แจงว่า สาเหตุสำคัญมาจากฝนที่ตกหนักและน้ำเหนือซึ่งไหลมารวมบริเวณนครสวรรค์ ทำให้ต้องบริหารปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมใช้แนวทางกระจายน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานฝั่งตะวันออกและตะวันตก รวมถึงพื้นที่รับน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงพื้นที่ท้ายเขื่อน
ล่าสุดวันที่ 25 กันยายน ปะดิธเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยโพสต์ข้อความในสาระว่า ปัญหาไม่สามารถแก้ด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องลงมือทำ พร้อมระบุว่าจะเดินหน้าทำงานต่อ ขณะที่สถานการณ์น้ำในอยุธยายังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ คำว่า “ปี 69 น้ำไม่ท่วมแน่นอน” เป็นข้อความที่ปะดิธเคยโพสต์จริง และเจ้าตัวยอมรับภายหลังว่าคาดการณ์ผิด แต่สาเหตุของน้ำท่วมตามคำชี้แจงของหน่วยงานรัฐเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งฝนที่เพิ่มขึ้น น้ำเหนือ และการบริหารการระบายน้ำ ไม่ควรสรุปจากหลักฐานที่มีว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นสาเหตุของน้ำท่วมทั้งหมด
ขณะเดียวกัน กรมชลประทานระบุว่ายังคงบริหารน้ำเหนือเขื่อนและรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งให้มากที่สุดตามศักยภาพ พร้อมติดตามปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากฝนเพิ่มขึ้น ระดับน้ำในลำน้ำก็อาจสูงขึ้นตามไปด้วย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
Thai PBS
มติชน
Thaiger
สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
#วิหคนิวส์ #อยุธยา #น้ำท่วมอยุธยา #ปะดิธสังขจาย #ภูมิใจไทย #เขื่อนเจ้าพระยา #น้ำท่วม2569 #ลุ่มเจ้าพระยา #กรมชลประทาน #อนุทิน #ข่าวการเมือง
