23 กันยายน 2569 สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาต้องจับตาใกล้ชิด หลังปริมาณน้ำจากตอนบนเพิ่มสูงขึ้น กรมชลประทานเตรียมบริหารการระบายน้ำผ่านท้าย เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ในช่วง 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรองรับมวลน้ำที่ไหลลงมาสมทบ
ข้อมูลเวลา 06.00 น. ระบุว่า สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่านประมาณ 1,737 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำประมาณ 1,620 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มต้องปรับเพิ่มตามปริมาณน้ำเหนือ
การเพิ่มการระบายอาจทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเพิ่มจากปัจจุบันประมาณ 0.7–1.7 เมตร โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษอยู่ใน ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา
จุดเสี่ยงประกอบด้วย อ.สรรพยา จ.ชัยนาท, อ.อินทร์บุรี–พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี, อ.วิเศษชัยชาญ–ป่าโมก–เมืองอ่างทอง–ไชโย จ.อ่างทอง รวมถึง อ.เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ([AEC10NEWS][2])
กรมชลประทานยังแจ้งหน่วยงานใน 10 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมรับสถานการณ์ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ พร้อมกำชับพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังซ้ำจากสภาพอากาศ เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 4 เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 23–27 กันยายน 2569 หลายพื้นที่ของประเทศ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
สำนักข่าววิหกนิวส์
อ้างอิง
กรมชลประทาน / สรุปสถานการณ์น้ำแห่งชาติ ([AEC10NEWS][2])
The Active – Thai PBS ([The Active][1])
กรมอุตุนิยมวิทยา ([www.thairath.co.th][4])
สำนักงานชลประทานที่ 12 / รายงานสถานการณ์เขื่อนเจ้าพระยา ([Matichon][5])
#วิหกนิวส์ #เขื่อนเจ้าพระยา #น้ำเจ้าพระยา #น้ำท่วม #เตือนภัยน้ำท่วม #ชัยนาท #สิงห์บุรี #อ่างทอง #พระนครศรีอยุธยา #ฝนตกหนัก
