23 กันยายน 2569 พล.อ. ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เลขาธิการภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าและบทเรียนจากการผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการธรรมาภิบาลแห่งชาติ พ.ศ. …. ซึ่งมีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมเสนอจำนวน 10,327 คน
ข้อมูลในระบบรับฟังความคิดเห็นของรัฐสภาระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเสนอโดย พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 10,327 คน และถูกจัดเป็น “ร่างกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน” โดยสถานะระบุว่า “นายกรัฐมนตรีไม่รับรอง” (รัฐสภาไทย)
เนื้อหาของร่างกฎหมายมีแนวคิดจัดตั้ง คณะกรรมการธรรมาภิบาลแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและสอดส่องการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานรัฐและเจ้าหน้าที่ ส่งเสริมหลักคุณธรรม นิติธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า รวมถึงเสนอให้มีสภาธรรมาภิบาลแห่งชาติและสภาธรรมาภิบาลระดับท้องถิ่น (รัฐสภาไทย)
ร่างกฎหมายยังเสนอให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการธรรมาภิบาลแห่งชาติ และกำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาเพื่อคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการธรรมาภิบาลแห่งชาติ ตลอดจนจัดตั้งสถาบันพัฒนาธรรมาภิบาลแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมความรู้และนวัตกรรมด้านธรรมาภิบาล (รัฐสภาไทย)
พล.อ.กิตติศักดิ์ระบุว่า การรวบรวมรายชื่อประชาชนดำเนินมาเป็นเวลาประมาณ 3 ปี ก่อนจะนำเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่กระบวนการตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่ท้ายที่สุดร่างดังกล่าวไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา หลังนายกรัฐมนตรีไม่ให้คำรับรอง
ประเด็นดังกล่าวทำให้ พล.อ.กิตติศักดิ์ตั้งคำถามถึงกระบวนการใช้สิทธิของประชาชนในการเสนอร่างกฎหมาย และเสนอให้สังคมพิจารณาว่า กลไกตามกฎหมายปัจจุบันเอื้อต่อการผลักดันข้อเสนอจากภาคประชาชนมากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ มีข้อมูลจาก iLaw ระบุว่า ร่างฉบับดังกล่าวมีสาระสำคัญในการจัดตั้งองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบและสอดส่องการทำงานของหน่วยงานรัฐ ประเมินธรรมาภิบาลขององค์กร และจัดตั้งสถาบันพัฒนาธรรมาภิบาลแห่งชาติ โดยการเสนอร่างกฎหมายเกิดขึ้นจาก พล.อ.กิตติศักดิ์และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 10,327 คน (iLaw)
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ระบบรับฟังความคิดเห็นและฐานข้อมูลรัฐสภา / iLaw
#กิตติศักดิ์รัฐประเสริฐ #ธรรมาภิบาล #พลังประชาชน #สิทธิภาคประชาชน #ร่างพรกฎหมาย #สภาผู้แทนราษฎร #การเมืองไทย #ความโปร่งใส #สำนักข่าววิหคนิวส์
