23 กันยายน 2569 — เสียงสะท้อนว่า “ช่วงนี้คนไม่ค่อยใช้เงิน” กำลังเกิดขึ้นในหลายภาคธุรกิจ ตั้งแต่ร้านอาหาร ร้านค้ารายย่อย ไปจนถึงธุรกิจบริการ ขณะที่ข้อมูลจาก SCB EIC สะท้อนภาพอีกด้านของเศรษฐกิจไทยว่า แม้เศรษฐกิจยังขยายตัว แต่การฟื้นตัวมีลักษณะกระจุกตัว และธุรกิจจำนวนหนึ่งกำลังเผชิญปัญหารายได้ชะลอ ต้นทุนสูง และภาระดอกเบี้ย
หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือสัดส่วนธุรกิจที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “บริษัทผีดิบ” (Zombie Firm)
🔴 “บริษัทผีดิบ” คืออะไร
SCB EIC ใช้นิยามบริษัทที่ดำเนินกิจการมาแล้วมากกว่า 3 ปี และมีความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย หรือ Interest Coverage Ratio ต่ำกว่า 1 ติดต่อกันอย่างน้อย 2 รอบบัญชี
พูดง่าย ๆ คือ ธุรกิจยังเปิดดำเนินการ มีรายได้และมีการจ้างงาน แต่กำไรจากการดำเนินงานไม่เพียงพอที่จะรองรับภาระดอกเบี้ย ต้องใช้กระแสเงินสดหรือการกู้ยืมเพื่อประคองกิจการต่อ
ข้อมูลปี 2568 ระบุว่า บริษัทที่เข้าข่ายดังกล่าวมีสัดส่วน 11.6% ของธุรกิจ เพิ่มจาก 11.4% ในปี 2567
ในกลุ่ม SME สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 12.3% สะท้อนว่าธุรกิจขนาดเล็กเผชิญแรงกดดันทางการเงินในระดับสูง
🏢 อสังหาฯ–โรงแรม–ร้านอาหาร เสี่ยงสูง
กลุ่มธุรกิจที่มีสัดส่วนบริษัทผีดิบสูง ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย โรงแรมและที่พัก ร้านอาหาร สุขภาพ โทรคมนาคม และยางพารา
โดยกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย มีสัดส่วนบริษัทที่เข้าข่ายสูงเกือบ 30% ตามข้อมูลที่อ้างถึงจาก SCB EIC
ภาพดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันจากกำลังซื้อ ต้นทุนการดำเนินงาน และภาระทางการเงินที่ธุรกิจต้องแบกรับพร้อมกัน
📉 ทำไม “ขายได้ แต่เงินไม่เหลือ”
ภาพเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นสามารถมองผ่านแนวคิด K-Shaped Economy ได้ โดยบางธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีตลาดต่างประเทศ เทคโนโลยี หรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่ยังเติบโต สามารถรักษารายได้และกำไรได้
ขณะที่ SME และธุรกิจที่พึ่งพากำลังซื้อภายในประเทศ ต้องรับแรงกดดันจาก วัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า และดอกเบี้ย
จึงเกิดสถานการณ์ที่ธุรกิจบางแห่งยังมียอดขาย แต่เมื่อหักต้นทุนและภาระทางการเงินแล้ว กลับเหลือกระแสเงินสดไม่มากพอสำหรับการลงทุนหรือขยายกิจการ
⚠️ 8 เดือน เลิกกิจการกว่า 11,000 ราย
อีกตัวเลขที่ต้องจับตาคือข้อมูล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2569 ซึ่งระบุว่ามีนิติบุคคลแจ้งเลิกกิจการ 11,420 ราย เพิ่มขึ้น 17.38%
ขณะที่มูลค่าทุนจดทะเบียนของธุรกิจที่เลิกกิจการอยู่ที่ 112,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.74%
ตัวเลขดังกล่าวจึงสะท้อนว่าแรงกดดันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะร้านค้ารายย่อย แต่มีธุรกิจที่มีทุนจดทะเบียนสูงทยอยออกจากตลาดเช่นกัน
🔎 ประเด็นที่ต้องจับตา
ปรากฏการณ์ “บริษัทผีดิบ” จึงไม่ได้หมายความว่าธุรกิจเหล่านี้จะปิดกิจการทันที แต่เป็นสัญญาณว่า ธุรกิจจำนวนหนึ่งกำลังมีปัญหาในการสร้างกำไรให้เพียงพอกับภาระดอกเบี้ย
คำถามสำคัญต่อจากนี้คือ เศรษฐกิจไทยจะสามารถส่งผ่านการฟื้นตัวจากบริษัทขนาดใหญ่ลงมาสู่ SME ร้านค้า และครัวเรือน ได้มากเพียงใด
เพราะตัวเลข GDP ที่ยังขยายตัว อาจไม่ได้สะท้อนความรู้สึกของคนทำธุรกิจทุกกลุ่ม หากรายได้ยังไม่สามารถแปลงเป็นกำไรและกระแสเงินสดที่เพียงพอได้
สำนักข่าววิหคนิวส์
#บริษัทผีดิบ #ZombieFirm #เศรษฐกิจไทย #SCBEIC #SMEไทย #อสังหาริมทรัพย์ #ข่าวเศรษฐกิจ #KShapedEconomy #ธุรกิจไทย
