จำนวนผู้ชม

เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » 🔥 ยื้อนิรโทษกรรม !! “บอร์ดสันติสุข 9 คน” เดินเครื่องสะสางคดีการเมือง 20 ปี ยื้อขีดเส้น 180 วัน แม้ศาลสั่งระงับคดีแล้ว

🔥 ยื้อนิรโทษกรรม !! “บอร์ดสันติสุข 9 คน” เดินเครื่องสะสางคดีการเมือง 20 ปี ยื้อขีดเส้น 180 วัน แม้ศาลสั่งระงับคดีแล้ว

22 September 2026
130   0

22 กันยายน 2569

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมนัดแรกของ คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 หลังจากกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว โดยที่ประชุมเดินหน้ากระบวนการนิรโทษกรรมคดีที่อยู่ในกรอบกฎหมาย พร้อมกำหนดกรอบดำเนินงาน 180 วัน หรือประมาณเดือนมีนาคม 2570

คณะกรรมการมีทั้งหมด 9 คน ประกอบด้วย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ประธานกรรมการ, พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รองประธานกรรมการ, นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม, นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน ได้แก่ นายวุฒิสาร ตันไชย นางทิชา ณ นคร นายคณพล จันทน์หอม และ รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย

นายปกรณ์กล่าวภายหลังการประชุมว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งพนักงานสอบสวน อัยการ ศาล กรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ต้องดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การนิรโทษกรรมแก่ผู้ที่เข้าเงื่อนไขมีผลในทางปฏิบัติ

ที่ประชุมเตรียมตั้ง คณะอนุกรรมการ 2 ชุด ได้แก่ ชุดพิจารณากลั่นกรองข้อร้องเรียน และชุดสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน พร้อมเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้เสีย

นอกจากนี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รายงานข้อมูลว่า มีคดีใดอยู่ในข่ายกฎหมายและดำเนินการไปแล้วอย่างไร โดยกำหนดให้รายงานต่อคณะกรรมการภายใน 30 วัน จากนั้นจะตรวจสอบข้อมูลและเปิดช่องทางให้ผู้ได้รับผลกระทบจากคดีทางการเมืองตรวจสอบ หากพบว่ามีกรณีตกหล่นสามารถยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการได้ โดยนายปกรณ์ระบุว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการในส่วนที่กฎหมายกำหนดมีผลเป็นที่สุด

สำหรับขอบเขตของกฎหมาย พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 กำหนดกลไกนิรโทษกรรมแก่การกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งเกิดขึ้นระหว่าง 1 มกราคม 2548 ถึง 16 กรกฎาคม 2568 ภายใต้ฐานความผิดและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่การนิรโทษกรรมทุกคดีที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

มาตรา 3 กำหนดข้อยกเว้น โดยไม่ให้มีผลนิรโทษกรรมแก่ความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายสาหัสตามมาตรา 297 รวมถึงความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดที่ผู้กระทำต้องรับผิดต่อบุคคลอื่นที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม

กฎหมายฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรตามร่างที่วุฒิสภาแก้ไข เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ด้วยคะแนน 306 ต่อ 141 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2569

หลังการประชุมนัดแรก รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย กรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวว่า หากมีกรณีที่ยังไม่มีความชัดเจนหรือหน่วยงานรัฐปฏิเสธ ผู้มีส่วนได้เสียจะสามารถยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการได้ โดยจะมีการจัดช่องทางอำนวยความสะดวกในการยื่นเรื่องและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบต่อไป

ขณะที่นางทิชา ณ นคร กรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงแนวทางการพิจารณาว่า คณะกรรมการมีนโยบายที่จะพิจารณาประเด็นทางการเมืองภายใต้กรอบกฎหมาย และมุ่งให้ครอบคลุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในช่วงความขัดแย้งที่ผ่านมา

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ราชกิจจานุเบกษา, Thai PBS, The Standard, มติชน

#คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข #นิรโทษกรรม #พรรคการเมือง #คดีการเมือง #ปกรณ์นิลประพันธ์ #มาตรา112 #คดีทุจริต #ทำเนียบรัฐบาล #การเมืองไทย #สำนักข่าววิหคนิวส์