21 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น.
นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา เดินทางยื่นหนังสือถึงนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้เปิดเผยสำนวนการไต่สวน หลังมีชื่อตนเองเป็นหนึ่งในผู้ถูกร้องเกี่ยวกับคดีการเลือก สว. โดยระบุว่าต้องการทราบว่าถูกร้องในประเด็นใด เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการเรียกจาก กกต. ให้เข้าชี้แจงข้อกล่าวหาหรือให้ข้อมูลในประเด็นดังกล่าว
นายเทวฤทธิ์ระบุว่า แม้ล่าสุดจะมีมติยกคำร้อง แต่ตนต้องการทราบรายละเอียดว่าสำนวนที่ถูกร้องนั้นเกี่ยวข้องกับกรณีใด โดยก่อนหน้านี้เคยมีกรณีถูกร้องเกี่ยวกับคุณสมบัติว่าไม่ได้ประกอบอาชีพสื่อมวลชนมาเกิน 10 ปี ซึ่งตนได้นำเอกสารหลักฐานไปชี้แจงและ กกต. มีมติยกคำร้องไปแล้ว
ส่วนกรณีล่าสุด นายเทวฤทธิ์ระบุว่ายังไม่ทราบแน่ชัดว่าถูกร้องในเรื่องการจัดเลี้ยงหรือข้อหาอื่น แต่หากเป็นกรณีการจัดเลี้ยง ยอมรับว่าเคยเดินทางไปที่ ห้องจูปิเตอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จริง จึงต้องการให้ กกต. เปิดเผยสำนวนเพื่อจะได้ทราบว่าถูกร้องในประเด็นใด
นายเทวฤทธิ์กล่าวว่า หากพิจารณาจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึง เช่น น.ส.นันทนา นันทวโรภาส และนาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ตนอาจสันนิษฐานได้ว่าเกี่ยวข้องกับกรณีห้องจูปิเตอร์ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นสำนวนเดียวกันหรือไม่
แจงปมริสต์แบนด์ แบ่งคนผ่าน-ตกรอบ
นายเทวฤทธิ์ยังชี้แจงกรณีการใช้ ริสต์แบนด์หรือสายรัดข้อมือคนละสี ในงานสัมมนาที่ห้องจูปิเตอร์ โดยระบุว่าเป็นการแบ่งสถานะของผู้เข้าร่วมงานว่าใครผ่านเข้ารอบและใครตกรอบ
นายเทวฤทธิ์กล่าวว่า ภายในงานมีการพูดคุยเกี่ยวกับเป้าหมายของการลงสมัคร สว. และแนวคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการรณรงค์ให้ผู้สมัคร สว. เข้าสู่กระบวนการเลือกเพื่อเป้าหมายดังกล่าว
นายเทวฤทธิ์ระบุว่า ในงานมีการเชิญ กกต. เข้าร่วมสังเกตการณ์ เนื่องจากเห็นว่ากิจกรรมลักษณะนี้ กกต. ควรเป็นผู้จัด แต่ กกต. ไม่ได้จัด และเมื่อผู้สมัครจัดกิจกรรมเองกลับถูกตั้งข้อสังเกต
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่ามีเจ้าหน้าที่ กกต. เข้าร่วมสังเกตการณ์จริงหรือไม่ นายเทวฤทธิ์ระบุว่า ไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครเป็นเจ้าหน้าที่ กกต. และไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ที่ได้รับเชิญได้เข้าร่วมในห้องประชุมหรือไม่
ยืนยันไม่มีจัดเลี้ยงหรือน้ำดื่ม
นายเทวฤทธิ์กล่าวถึงการตรวจสอบของ กกต. ว่า จากการติดตามข่าวและการให้สัมภาษณ์ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. มีการลงพื้นที่สังเกตการณ์บริเวณโดยรอบ และมีการพูดในลักษณะว่าการจัดงานดังกล่าว “ถูกครึ่งหนึ่ง ผิดครึ่งหนึ่ง”
นายเทวฤทธิ์ระบุว่า หากเป็นการจัดงานในลักษณะที่มีการจ้างกัน อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย แต่สำหรับงานดังกล่าวไม่มีการจัดเลี้ยง และแม้แต่น้ำดื่มก็ไม่มี
ส่วนการไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมงาน นายเทวฤทธิ์ระบุว่า เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับระเบียบในช่วงเวลานั้น ซึ่งมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการที่ผู้สมัครจะแนะนำตัวต่อสื่อมวลชน
ขอใช้มาตรฐานเดียวกันตรวจสอบทุกฝ่าย
กรณีที่ กกต. เตรียมพิจารณาสำนวนของ สว. กลุ่มที่ถูกเรียกว่า “สีส้ม” จำนวน 3 สำนวน นายเทวฤทธิ์กล่าวถึงข้อเรียกร้องของนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ที่ต้องการให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบด้วยมาตรฐานเดียวกัน โดยนายเทวฤทธิ์กล่าวขอบคุณและระบุว่าตนก็ต้องการให้ใช้มาตรฐานเดียวกัน
นายเทวฤทธิ์ยืนยันว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ กกต. และไม่ได้มีความกังวล
พร้อมกล่าวถึงประเด็นเรื่องเสียงข้างมากในวุฒิสภาว่า หากจะใช้มาตรฐานเดียวกัน ตนมีข้อเปรียบเทียบในเชิงเสียดสีว่า ตนจะมีสิทธิเลือก กกต. ได้ 4 คนแบบเดียวกับกลุ่มที่มีอำนาจหรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้
“ฮั้วแพ้-ฮั้วชนะ” ต้องดูที่เส้นเงิน
เมื่อถูกถามถึงข้อกล่าวหาว่ากลุ่ม สว. สีส้มและสีน้ำเงินมีการฮั้วเช่นเดียวกัน เพียงแต่ฝ่ายหนึ่งฮั้วแล้วแพ้ อีกฝ่ายฮั้วแล้วชนะ นายเทวฤทธิ์กล่าวว่า ระบบการเลือก สว. ถูกออกแบบให้ผู้สมัครต้องทำความรู้จักและแนะนำตัวกัน แต่ตนไม่ได้ยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฮั้ว
นายเทวฤทธิ์ยกตัวอย่างว่า แม้แต่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ก็ไม่ได้รับเลือก จึงเห็นว่าไม่มีทางที่ผู้สมัครคนหนึ่งจะทำให้บุคคลอื่นเลือกตนเองได้โดยไม่ต้องแนะนำตัว
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่วิธีการแนะนำตัวและการจูงใจผู้สมัครคนอื่นว่าเป็นไปในลักษณะใด
นายเทวฤทธิ์ระบุว่า ฝ่ายของตนมีการรณรงค์อย่างเปิดเผย โดยมีเป้าหมายให้ได้ สว. จำนวนหนึ่งเพื่อผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และใช้เป้าหมายดังกล่าวเป็นแนวทางในการรณรงค์
แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา นายเทวฤทธิ์ระบุว่า ผลลัพธ์ไม่ได้ทำให้ผู้สมัครทั้งหมดลงคะแนนไปในทิศทางเดียวกัน และหากไม่มีอามิสสินจ้างก็ไม่สามารถนำเป้าหมายดังกล่าวมาเป็นเครื่องยืนยันว่ามีการฮั้วได้
นายเทวฤทธิ์ระบุว่า สิ่งที่จะใช้แยกความแตกต่างระหว่างการจัดตั้งกับการฮั้วอยู่ที่พฤติการณ์ โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” ซึ่งเห็นว่าเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการพิจารณาว่ามีการฮั้วหรือไม่
กรณีการยื่นหนังสือครั้งนี้ นายเทวฤทธิ์ยืนยันว่า ต้องการให้ กกต. เปิดเผยสำนวนเพื่อให้ทราบข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับตน ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: PPTV HD36, การให้สัมภาษณ์ของนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย วันที่ 21 กันยายน 2569; กกต. ตามข้อมูลข่าวเกี่ยวกับมติการไต่สวนคดีเลือก สว.
#เทวฤทธิ์มณีฉาย #เทวฤทธิ์ #ฮั้วสว #สว #กกต #ณรงค์กลั่นวารินทร์ #ห้องจูปิเตอร์ #อิมแพ็คเมืองทองธานี #เลือกสว #คดีฮั้วสว #เส้นเงิน #สำนักข่าววิหคนิวส์
