เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » ซวยแล้ว กกต. !! ดร.สมชาย เปิดช่องกฎหมาย ม.69 อาจเอาผิด กกต. ปมมติคดีฮั้ว สว.

ซวยแล้ว กกต. !! ดร.สมชาย เปิดช่องกฎหมาย ม.69 อาจเอาผิด กกต. ปมมติคดีฮั้ว สว.

21 September 2026
38   0

21 กันยายน 2569

ดร.สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความเกี่ยวกับแนวทางทางกฎหมายในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากกรณีการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการเลือก สว.

ดร.สมชายระบุว่า ภายหลัง กกต. มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ให้ส่งเรื่องดำเนินคดีเกี่ยวกับผู้สมัคร สว. 26 คน และบุคคลอื่น 51 คน รวม 77 คน โดยไม่ได้ส่งคดีทั้งหมดไปยังศาลตามมติเดิมของอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 26 ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่าผู้มีส่วนได้เสียจะสามารถดำเนินการตรวจสอบหรือเอาผิดต่อ กกต. เสียงข้างมากและเลขาธิการ กกต. ได้หรือไม่

ดร.สมชายระบุว่า แนวทางที่มีการพูดถึงมีทั้งการร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่ง กกต. การร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนด้านจริยธรรมและการประพฤติมิชอบ รวมถึงการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

อย่างไรก็ตาม ดร.สมชายระบุว่า จากการตรวจสอบข้อกฎหมายและหารือผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ยังพบอีกช่องทางหนึ่ง คือ การร้องตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560

ชี้ ม.69 แตกต่างจาก ม.157

ดร.สมชายอธิบายว่า มาตรา 69 ของ พ.ร.ป. กกต. ไม่ได้กำหนดองค์ประกอบเรื่องเจตนาพิเศษในลักษณะเดียวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งในความเห็นของเจ้าตัวอาจทำให้การพิสูจน์ข้อกล่าวหาตามมาตรา 69 แตกต่างจากการดำเนินคดีตามมาตรา 157

ดร.สมชายเสนอประเด็นให้พิจารณา 3 ส่วน

ประการแรก การใช้อำนาจขัดต่อหลักวิญญูชน

ดร.สมชายยกแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3509/2549 มาประกอบการอธิบาย โดยเห็นว่า หากพยานหลักฐานเกี่ยวกับโพย หมายเลขโทรศัพท์ และการนัดประชุมมีความสอดคล้องกัน อาจเป็นประเด็นให้พิจารณาว่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่

เจ้าตัวตั้งข้อสังเกตว่า หาก กกต. มีมติยกคำร้องเองในบางส่วน อาจนำไปสู่ข้อถกเถียงเกี่ยวกับขอบเขตการใช้ดุลพินิจและความชอบด้วยกฎหมาย

ประการที่สอง การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ดร.สมชายกล่าวถึงกรณีมติ 4 ต่อ 3 ที่ไม่รับสำนวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งเจ้าตัวระบุว่ามีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเส้นทางการเงินเข้ามาพิจารณา พร้อมเสนอเป็นประเด็นทางกฎหมายว่า พฤติการณ์ดังกล่าวอาจต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 69 หรือไม่

ประการที่สาม การกระทำโดยทุจริต

ดร.สมชายเสนอให้พิจารณาความหมายของคำว่า “ทุจริต” ในมาตรา 69 โดยระบุว่า หากมีการบิดผันการใช้อำนาจ ตัดพยานหลักฐาน หรือรับฟังพยานหลักฐานในลักษณะที่มีพิรุธ อาจเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบว่ามีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบให้แก่บุคคลใดหรือไม่

ดร.สมชายระบุว่า หากมีข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ว่าการใช้อำนาจมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือพรรคการเมืองหรือนักการเมืองไม่ให้ได้รับโทษหรือถูกตัดสิทธิทางการเมือง ก็อาจมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องพิจารณาต่อไป

ย้ำเป็นข้อเสนอทางวิชาการ

ดร.สมชายระบุว่า ข้อเสนอทั้งหมดเป็นการนำประเด็นข้อกฎหมายมาเสนอเพื่อเป็นข้อถกเถียงทางวิชาการ ส่วนผู้มีส่วนได้เสียจะเลือกดำเนินการร้องเรียนหรือดำเนินคดีกับ กกต. หรือไม่นั้น ตนจะไม่เข้าไปก้าวล่วงหรือสนับสนุนแนวทางใด

พร้อมระบุว่า ตนไม่ได้มีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าว และพ้นจากหน้าที่มาแล้วกว่า 2 ปี แต่เห็นว่าข้อเสนอทางกฎหมายดังกล่าวอาจเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย จึงนำเสนอเพื่อให้พิจารณาและถกเถียงกันต่อไป

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: ข้อความเผยแพร่โดย ดร.สมชาย แสวงการ วันที่ 21 กันยายน 2569

#สมชายแสวงการ #กกต #ฮั้วสว #คดีฮั้วสว #เลือกสว #มาตรา69 #มาตรา157 #ศาลฎีกา #ปปช #DSI #สำนักข่าววิหคนิวส์