21 กันยายน 2569
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมหารือเพื่อมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนด้านการต่างประเทศ ทิศทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น และการบูรณาการการทำงานของทีมประเทศไทย ที่โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569
นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ หรือ “สแกมเมอร์” อย่างจริงจัง โดยระบุว่า หากนับรวมช่วง 3 เดือนของรัฐบาลก่อนหน้าและ 7 เดือนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน มีการยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์แล้วกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
นายอนุทินระบุว่า รัฐบาลดำเนินการทั้งด้านการปราบปรามสแกมเมอร์และการป้องกันธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย พร้อมกล่าวว่า ปัจจุบันการทำธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติหรือผิดกฎหมายสามารถทำได้ยากขึ้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ประเทศไทยกำลังได้รับความน่าเชื่อถือในด้านการปราบปรามสแกมเมอร์และการจัดการธุรกรรมผิดกฎหมาย โดยอ้างถึงสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ เช่น Fitch Ratings, S&P และ Moody’s ที่ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยให้อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ
นอกจากนี้ นายอนุทินยังยืนยันถึงจุดยืนของรัฐบาลว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีใครหากินกับสิ่งผิดกฎหมาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจเถื่อนหรือธุรกิจสีเทา
การประชุมทีมประเทศไทยในญี่ปุ่นครั้งนี้จัดขึ้นตามกำหนดการภารกิจของนายกรัฐมนตรีระหว่างวันที่ 20–21 กันยายน 2569 ก่อนเดินทางต่อไปยังนครนิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81
ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ประกาศมาตรการปราบปรามสแกมเมอร์ บัญชีม้า และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติหลายคดี รวมถึงกรณีเครือข่าย “ยิม เลียก–เบน สมิธ” ซึ่งรัฐบาลรายงานว่ามีทรัพย์สินถูกยึดและอายัดรวมประมาณ 20,392 ล้านบาท
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: รัฐบาลไทย, กรมประชาสัมพันธ์, ข่าวหุ้น
#อนุทินชาญวีรกูล #นายกรัฐมนตรี #รัฐบาลอนุทิน #สแกมเมอร์ #ธุรกิจสีเทา #ธุรกิจเถื่อน #ปราบสแกมเมอร์ #ยึดทรัพย์ #ทีมประเทศไทย #ญี่ปุ่น #สำนักข่าววิหคนิวส์
