ข่าวประจำวัน » ศาลห้ามออกประเทศ !! มายด์ 3 นิ้ว อ้างจะไปอบรมประชาธิปไตยที่บราซิล หลังแกนนำหนีเพียบ

ศาลห้ามออกประเทศ !! มายด์ 3 นิ้ว อ้างจะไปอบรมประชาธิปไตยที่บราซิล หลังแกนนำหนีเพียบ

9 April 2026
4   0

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า

ศาลอาญากรุงเทพใต้ยกคำร้อง ‘มายด์’ ภัสราวลี ขอเดินทางไปบราซิล เพื่ออบรมโครงการด้านการสื่อสารสิทธิมนุษยชน-ประชาธิปไตย

.เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งยกคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของ “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หนึ่งในจำเลยคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563 หรือ การชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ซึ่งถูกฟ้องในข้อหาหลัก “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ “ยุยงปลุกปั่นฯ” ตามมาตรา 116

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากภัสราวลีได้ยื่นคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรต่อศาล เพื่อไปเข้าร่วมอบรมในโครงการ Digital Comms Frontlines 2026 ณ เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ในระหว่างวันที่ 14 – 17 เม.ย. 2569 โดยในคำร้องยืนยันว่าการเดินทางดังกล่าวมีกำหนดเวลาที่ชัดเจนและจะไม่กระทบต่อวันนัดสืบพยานโจทก์ที่มีกำหนดนัดในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2569 นี้

อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง โดยเห็นว่าเงื่อนไขในการสั่งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการอนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลย ประกอบกับคดีนี้ค้างพิจารณาเป็นเวลานาน จึงไม่สมควรอนุญาต

คดีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ถูกสั่งฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2564 และในวันเดียวกันนั้นศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวภัสราวลีในระหว่างการพิจารณาคดี โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยกระทำความผิดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์อีก ให้เดินทางมาศาลตามนัดหมายทุกนัด และให้ถือปฏิบัติเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด รวมทั้งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรก่อนได้รับอนุญาตจากศาล

.ภัสราวลีได้ยื่นคำร้องขอออกเดินทางนอกราชอาณาจักรต่อศาล เนื่องจากต้องเข้าร่วมอบรมในโครงการ Digital Comms Frontlines 2026 ณ เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ในระหว่างวันที่ 14 – 17 เม.ย. 2569 โดยคำร้องมีสาระสำคัญระบุว่า

.คดีนี้ภายหลังจากศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัดทุกประการ ไม่ปรากฏพฤติการณ์หลบหนีหรือไม่มาศาล จำเลยเข้าร่วมพิจารณาคดีทุกนัด และไม่เคยมีเหตุยื่นขอเลื่อนการพิจารณาคดี

ปัจจุบันจำเลยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รณรงค์เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (constitution advocacy alliance) ซึ่งเป็นงานที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการสื่อสารการรณรงค์เรื่องรัฐธรรมนูญต่อประชาชนและสังคมโดยรวม มีการจัดกระบวนการพัฒนาศักยภาพให้แก่องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จำเลยได้สมัครเข้าร่วมอบรมในโครงการ Digital Comms Frontlines 2026 เพื่อมุ่งหวังว่าจะได้นำองค์ความรู้มาพัฒนาศักยภาพในการทำงานต่อไป

โครงการดังกล่าวเป็นโครงการระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการจัดการอบรมเพื่อสร้างชุมชนผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยทั่วยุโรป ผู้เชี่ยวชาญด้านทางการเมืองระดับชั้นนำ ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเสริมศักยภาพในการส่งเสริมประชาธิปไตยในระดับสากล ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – ตุลาคม 2569

สำหรับวิธีการเข้าร่วมอบรมมีทั้งช่วงที่กำหนดให้เข้าร่วมผ่านช่องทางออนไลน์ และมีช่วงที่กำหนดให้เดินทางไปร่วมกระบวนการโดยตรงกับผู้จัดโครงการนอกสถานที่ในต่างประเทศ โดยโครงการนี้มีการคัดเลือกผู้เข้าร่วมอบรมเพียงจำนวน 40 คนเท่านั้นจากผู้สมัครทั่วโลก

จำเลยได้ผ่านการสัมภาษณ์คัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรม และเริ่มเข้าร่วมการอบรมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยวิธีการอบรมทางออนไลน์ แต่ในระหว่างวันที่ 14 – 17 เม.ย 2569 นี้ หลักสูตรกำหนดให้ต้องเดินทางไปเข้าร่วมกระบวนการอบรม ที่เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล เพื่อให้ผู้จัดการอบรมและผู้เข้าร่วมจากทุกประเทศทั่วโลกมาพบปะและมีส่วนร่วมในกิจกรรมตามที่หลักสูตรกำหนดไว้ หากจำเลยไม่ได้เดินทางไปเข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ จะทำให้ไม่สำเร็จการอบรมตามหลักสูตร และพลาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ รวมทั้งพลาดโอกาสเสริมสร้างองค์ความรู้เพื่อต่อยอดและนำไปใช้ในการทำงาน

ด้วยเหตุดังกล่าว จำเลยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในระหว่างวันที่ 13 – 18 เม.ย. 2569 และช่วงเวลาการเดินทางของจำเลยมิได้อยู่ในช่วงการสืบพยานของศาล และมีกำหนดการที่ชัดเจนจึงมิได้ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดีของศาล จึงขอศาลอนุญาตให้จำเลยซึ่งอยู่ระหว่างการใช้สิทธิต่อสู้คดีและยังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย ได้เดินทางเข้าอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพ อันเป็นโอกาสสำคัญในการประกอบอาชีพ และเมื่อจำเลยเดินทางกลับเข้ามาในราชณาจักรแล้วจะมารายงานตัวต่อศาล

ในวันเดียวกัน ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าเงื่อนไขในการสั่งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการอนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลย เพราะเกรงว่าการปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล ซึ่งจำเลยอื่นที่ศาลอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรนั้นก็หลบหนีมาแล้ว ประกอบกับคดีนี้ค้างพิจารณาเป็นเวลานาน ในชั้นนี้จึงไม่สมควรอนุญาต ยกคำร้อง”  ลงชื่อผู้พิพากษาผู้ทำคำสั่งโดย สุวิทย์ พิพัฒนชัยพงศ์
ทั้งนี้ คดีจากการชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน เมื่อปี 2563 จัดขึ้นโดยกลุ่มราษฎร 2563 ผู้ชุมนุมได้เดินขบวนจากแยกสามย่านไปยังสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจําประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่ากษัตริย์ไทยใช้พระราชอำนาจบนดินแดนเยอรมันหรือไม่ ซึ่งขณะนั้นภัสราวลีทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำเลยอื่นไปยื่นหนังสือที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยให้กับเอกอัครราชทูต ที่สถานทูตเยอรมนี และต่อมาพบว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหามาตรา 112 จากเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งสิ้น 13 คน ซึ่งนับว่าคดีที่มีจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีข้อหานี้มากที่สุดจากเหตุการณ์ชุมนุมในช่วงปี 2563 เป็นต้นมา

.ปัจจุบัน คดียังคงอยู่ในระหว่างการสืบพยานโจทก์ โดยศาลมีกำหนดนัดสืบพยานนัดถัดไปในวันที่ 18-19 มิ.ย. 2569 และนัดอีก 6 นัดไปจนถึงเดือนกันยายน 2569