วันที่ 5 กันยายน 2569 สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังเข้าสู่จุดที่ไม่ได้วัดกันเพียงกำลังทางทหาร แต่กำลังถูกจับตามองในมิติของ เศรษฐกิจ พลังงาน และการเมืองภายในสหรัฐฯ โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
รายงานของ The New York Times ซึ่งอ้างการประเมินของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ประเมินว่าอิหร่านอาจมีความมั่นใจมากขึ้นและอาจเตรียมยืดความขัดแย้งออกไปอีกหลายเดือน พร้อมพิจารณาการยกระดับการตอบโต้ เพื่อเพิ่มต้นทุนต่อสหรัฐฯ
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าอิหร่านจะสามารถเอาชนะสหรัฐฯ ทางทหารได้หรือไม่ แต่คือ การทำให้สงครามมีต้นทุนสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นภาระทางเศรษฐกิจและการเมืองของรัฐบาล Trump
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนเมื่อราคาพลังงานและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังได้รับผลกระทบ ซึ่งสามารถส่งต่อไปยังราคาน้ำมันและค่าครองชีพของชาวอเมริกัน
Reuters รายงานเมื่อวันที่ 2 กันยายนว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล Trump ต้องการจำกัดการยกระดับทางทหารก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม เนื่องจากมีความกังวลว่าสงครามที่ยืดเยื้อ รวมถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความเหนื่อยล้าจากสงคราม อาจทำให้ Republican สูญเสียคะแนนเสียงในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน (Reuters)
ขณะเดียวกัน Reuters รายงานว่า หลังสงครามดำเนินมาประมาณ 6 เดือน การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกรบกวนอย่างหนัก และความไม่พอใจของประชาชนต่อราคาพลังงานกำลังกลายเป็นปัญหาทางการเมืองสำหรับ Trump และพรรค Republican ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม (Reuters)
ผลสำรวจ Reuters/Ipsos ที่ Reuters รายงานปลายเดือนสิงหาคมยังพบว่า คะแนนนิยมของ Trump อยู่ที่ประมาณ 33% ขณะที่มีเพียง 31% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่สนับสนุนการทำสงครามกับอิหร่าน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากกังวลเรื่องค่าครองชีพและราคาน้ำมัน (Reuters)
ดังนั้น การเขียนว่า “อิหร่านกำลังลากสงครามเพื่อให้ Trump แพ้เลือกตั้ง” อาจแรงเกินกว่าหลักฐานที่เปิดเผยต่อสาธารณะในเวลานี้
ถ้อยคำที่แม่นยำกว่าคือ
“อิหร่านอาจใช้สงครามยืดเยื้อเพื่อเพิ่มต้นทุนทางเศรษฐกิจและแรงกดดันทางการเมืองต่อ Trump และ Republican ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม”
นี่คือจุดที่สถานการณ์กำลังน่าจับตา เพราะหากสงครามยืดเยื้อ ราคาพลังงานสูง และการเดินเรือในฮอร์มุซยังติดขัด ผลกระทบจะไม่ได้อยู่เฉพาะในตะวันออกกลาง แต่สามารถย้อนกลับไปกระทบ คะแนนนิยมของรัฐบาลสหรัฐฯ และสมรภูมิเลือกตั้งในประเทศ
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ยังมีความเสี่ยงที่จะบานปลาย เพราะเมื่อวันที่ 4 กันยายน Trump ระบุว่าสหรัฐฯ อาจโจมตี Pickaxe Mountain ซึ่งเป็นพื้นที่ใต้ดินใกล้โรงงานนิวเคลียร์ Natanz ของอิหร่าน สะท้อนว่าความเสี่ยงของการยกระดับยังไม่หายไป (Reuters)
🎯 เกมนี้จึงมี 3 สนามพร้อมกัน
สนามที่ 1 — สมรภูมิทหาร: ใครจะเป็นฝ่ายยอมถอยก่อน
สนามที่ 2 — สนามพลังงาน: ฮอร์มุซและราคาน้ำมันจะถูกกดดันต่อเนื่องแค่ไหน
สนามที่ 3 — สนามเลือกตั้ง: สงครามและค่าครองชีพจะกลายเป็นภาระของ Trump และ Republican มากเพียงใดก่อนวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
จึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “ใครจะชนะสงคราม?”
แต่กำลังกลายเป็นคำถามว่า
“ใครจะทนต้นทุนของสงครามได้นานกว่ากัน?”
สำนักข่าววิหคนิวส์
#สงครามสหรัฐอิหร่าน #Trump #อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #MidtermElection #เลือกตั้งกลางเทอม #ช่องแคบฮอร์มุซ #ราคาน้ำมัน #ข่าวกรองสหรัฐ #ภูมิรัฐศาสตร์ #วิหคนิวส์
