ข่าวประจำวัน » ”ไม่เชื่อมั่นรัฐบาล“ !! สถาบันพระปกเกล้าโพล สะท้อนความรู้สึกคนไทยกรณีวิกฤติพลังงาน

”ไม่เชื่อมั่นรัฐบาล“ !! สถาบันพระปกเกล้าโพล สะท้อนความรู้สึกคนไทยกรณีวิกฤติพลังงาน

3 April 2026
46   0

อิศรา ระบุว่า
‘พระปกเกล้าโพล’ สำรวจคนไทย 82% ไม่ค่อยเชื่อมั่นรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาราคาพลังงาน ขณะที่ 39% ต้องการให้ตรึงราคาไว้ก่อน แล้วไปช่วยคนที่ได้รับผลกระทบหนักจริงๆ เผยผลวิเคราะห์รัฐบาลควรสื่อสารให้เข้าใจถึงมาตรการต่างๆและสถานการณ์จริงที่มากกว่านี้ และควรจัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ
วันที่ 3 เมษายน 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เสียงในหัวประชาชนต่อการรับมือวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง”การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง

โดยการแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 15 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 27 – 30 มี.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

  1. หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ท่านเชื่อมั่นมากน้อยเพียงใดว่า “รัฐบาลอนุทิน 2” จะสามารถรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม (สำรวจโดย x Line Today)
  • 82.1% “ไม่ค่อยเชื่อมั่น-ไม่เชื่อมั่นเลย” ว่ารัฐบาลใหม่จะรับมือเศรษฐกิจได้ หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ สูงสุดแบบทิ้งห่าง
  • รองลงมา 12.8 % “ค่อนข้างเชื่อมั่น-เชื่อมั่นมากที่สุด” และ 5.1% ไม่แน่ใจ

วิเคราะห์ได้ว่า ประชาชนกว่า 3 ใน 4 กำลังสะท้อนความศรัทธาที่มีต่อรัฐบาลและมีความกังวลอย่างหนักต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งวันนี้ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจมองว่า รัฐบาลยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนพอที่จะเป็นเบาะรับแรงกระแทกจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางได้

  1. ส่วนใหญ่หนุนมาตรการผสม เชียร์รัฐ “อุ้มพลังงานแบบจำกัด-ช่วยรากหญ้า”- “อีสาน” ขอตรึงถ้วนหน้า
  • 39.0% ต้องการให้รัฐบาลทั้ง “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่” และ “ปล่อยให้สะท้อนต้นทุนจริง แต่เอางบไปช่วยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง”
  • รองลงมา 30.7% ต้องการให้ “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่” 11.1% ต้องการให้ “ควรปล่อยตามกลไกตลาดและเน้นมาตรการระยะยาว” และ “ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางจะเหมาะสมกว่า” และ 8.1% ไม่แน่ใจ
  • เสียงส่วนใหญ่ของทุกภาคต้องการให้รัฐบาลทั้ง “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชน ส่วนใหญ่” และ “ปล่อยให้สะท้อนต้นทุนจริง แต่เอางบไปช่วยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง” ยกเว้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ส่วนใหญ่ต้องการให้ “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่” สูงถึง 41.3%

วิเคราะห์ได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจความซับซ้อนของปัญหา จึงไม่เลือกทางใดทางหนึ่งสุดโต่ง แต่ต้องการให้รัฐบาลประคับประคองทั้งระบบไปพร้อมกับการดูแลผู้ที่เดือดร้อนที่สุด ส่วนภาคอีสาน ซึ่งเป็นภาคเดียวที่ให้น้ำหนักกับการ “ตรึงราคาพลังงานให้คนส่วนใหญ่” สูงสุด อาจสะท้อนภาพความเปราะบางของสายป่านที่สั้นกว่าภาคอื่น ทำให้ไม่พร้อมรับมือกับต้นทุนค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นแบบฉับพลัน

  1. ปากท้องต้องรอด ส่วนใหญ่ยอมให้รัฐใช้งบอุ้มพลังงานช่วงวิกฤต “ตะวันออก-ใต้” หนุนสุดตัว
  • 38.6% “ยอมรับได้” หากรัฐบาลต้องลดงบประมาณนโยบายอื่นเพื่อดูแลราคาพลังงานในระยะสั้น เพราะกระทบคนส่วนใหญ่โดยตรง
  • รองลงมา 25.3% ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตสั้นๆ, 14.9% ยอมรับได้เฉพาะการช่วยคนรายได้น้อยและภาคขนส่ง, 11.1% ไม่ยอมรับ เพราะ ควรเก็บงบไว้ใช้กับเรื่องจำเป็นระยะยาว และ 10.1% ไม่แน่ใจ
  • เมื่อพิจารณาตามภูมิภาค พบว่า หลายพื้นที่มีแนวโน้มยอมรับการใช้งบพยุงราคาพลังงาน โดยเฉพาะ ภาคตะวันออก (60.4%) และ ภาคใต้ (54.9%) ที่มีสัดส่วน “ยอมรับได้ เพราะเรื่องพลังงานกระทบคนส่วนใหญ่โดยตรง” สูงสุดทิ้งห่างภาคอื่นๆ ขณะที่ กรุงเทพมหานครส่วนใหญ่ (32.9%) ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตสั้นๆ

สะท้อนว่า ประชาชนจำนวนมากยังเปิดพื้นที่ให้รัฐบาลใช้งบประมาณเพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น หากช่วยรักษาเสถียรภาพค่าครองชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะภาคตะวันออกซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรม และภาคใต้ซึ่งพึ่งพาภาคบริการและการท่องเที่ยว คนสองภาคนี้จึงให้น้ำหนักกับการทุ่มงบประมาณเพื่อตรึงราคาพลังงานอย่างชัดเจน ในขณะที่คน กทม. มีแนวโน้มยอมรับมาตรการช่วยเหลือแบบมีเงื่อนไขและจำกัดช่วงเวลามากกว่า

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 15

ผลสำรวจครั้งนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าประชาชนกำลัง “กังวลอย่างมาก” ต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่ยังส่งสัญญาณ 2 เรื่องพร้อมกัน คือ ยังไม่มั่นใจรัฐบาลในการรับมือผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน แต่ขณะเดียวกัน ประชาชนก็ไม่ได้ปฏิเสธบทบาทของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตครั้งนี้ พร้อมยอมรับการใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อบรรเทาผลกระทบระยะสั้น หากช่วยลดค่าครองชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลจึงควรเร่งสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผ่านการสื่อสารแผนรับมือทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน พร้อมทั้ง จัดสรรงบประมาณเพื่อดูแลราคาพลังงานอย่างยืดหยุ่นและมีกรอบเวลาที่แน่นอน โดยอาจเน้นการช่วยเหลือในพื้นที่หรือกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบหนัก ควบคู่ไปกับการทยอยปรับราคาตามกลไกตลาดในส่วนที่รับไหว เพื่อให้ประชาชนรู้สึกได้ว่า รัฐบาลสามารถเป็นที่พึ่งได้จริงในยามที่ค่าครองชีพและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจกำลังกดดันชีวิตประจำวันอย่างหนัก