แนวหน้า ระบุว่า
2 เม.ย. 2569 เมื่อเวลา 16.35 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าประธานการประชุม พิจารณาวาระรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2567 โดยนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า กองทุนดังกล่าว ไม่ใช่กองทุนที่เลี้ยงตัวเองได้ แต่ที่อยู่ได้เพราะมีภาษีประชาชนอุ้มอยู่ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแล้วพบว่า 90% คือจ่ายให้กับเงินทุนเลี้ยงชีพ ทั้งนี้เป็นระบบประเมินที่คะแนนสวยเกินเป็นจริงเพราะมีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล เพราะกรรมการกองทุนประชุมปีละครั้ง ขณะที่กองทุนดังกล่าวมีเงินหลักร้อยล้านบาท ในอนาคตเชื่อว่าสมาชิกเพิ่มขึ้น ต้องใช้งบกลางมาสมทบหลัก 300 ล้านบาทต่อปี ถือว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับไม่มีการรองรับผันผวนทางการเมืองโดยประชาชนจะแบกรับฐานะผู้เสียภาษี
“ผมขอเสนอให้ระงับการขยายสิทธิทุนเลี้ยงชีพ และให้คงไว้เฉพาะสิทธิจำเป็น รวมถึงต้องแก้กฎหมาย กำหนดอายุงานขั้นต่ำและจำกัดเพดานสิทธิ์ นอกจากนั้นแล้วต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด และบังคับกรรมการประชุมทุกไตรมาส” นายภัณฑิล อภิปราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายภัณฑิลอภิปรายนั้น พบว่าได้อ่านข้อความบนกระดาษ ทำให้นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ประท้วงว่าผิดข้อบังคับ
ต่อจากนั้นเป็นการอภิปรายของ นายคริส ซึ่งอภิปรายตั้งคำถามคือ สส.ทำงานที่คุ้มค่าเงินภาษีประชาชนหรือไม่ เพราะใช้แชทจีพีทีเขียนอภิปรายแล้วท่องไม่ได้ กลับมาอ่านในห้องประชุม แบบนี้ถือว่าทำงานคุ้มค่าภาษีที่ประชาชนจ่ายหรือไม่ เมื่อเป็นสส.ต้องทำงานให้สมกับภาษีที่ประชาชนจ่าย แต่ขณะนี้ประชาชนสงสัย สส.สมัยเดียว เป็นสส.ปีเดียว หรือ 2 ปี บางคนเป็นสามล้อถูกหวย เกาะพรรคเข้ามา แต่ไม่เก่งไม่มีความเป็นตัวเอง แต่ได้เข้ามาสู่สภาต้องทำงานให้คุ้มค่าเงินเดือน
“สส.ใหม่ หรือสส.เก่า เสียสละเพื่อประเทศ ประชาชน ประเทศมีหนี้สาธารณะ 12 ล้านล้านบาท หากสส.ร่วมแรงร่วมใจ ทำให้คล้ายกับไม่กินข้าวฟรี จะทำให้สภาฯควบคุมรายจ่ายของรัฐที่แท้จริงและรักษาประโยชน์ประชาชนที่แท้จริง” นายคริส กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายคริส อภิปรายเสร็จ ได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นในห้องประชุมสภาฯ เมื่อนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ เดินปรี่เข้ามาหานายคริส และปะทะคารมกันเนื่องจากมีการอภิปรายพาดพิงกัยก่อนหน้านี้ จนส่อที่จะมีการวางมวยกัน ทำให้เพื่อนสมาชิกที่เห็นท่าไม่ดี ต่างกรูกันเข้าไปห้ามทางฝั่งของนายปกรณ์วุฒิ และนายคริส กันยกใหญ่ ก่อนจะแยกย้ายกันออกไป
