29 สิงหาคม 2569 — สำนักข่าววิหคนิวส์
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 ฉบับ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ได้แก่ พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2569, พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2569, พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 15) พ.ศ. 2569 และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569 โดยกฎหมายมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 29 สิงหาคม 2569
การแก้ไขครั้งนี้ถือเป็นการปรับกติกาสำคัญของการเมืองท้องถิ่น โดยมีสาระที่ผู้เตรียมสมัครรับเลือกตั้งและประชาชนควรรู้ ดังนี้
- อายุขั้นต่ำผู้สมัคร “นายกท้องถิ่น” ลดเหลือ 25 ปี
กฎหมายใหม่เปิดทางให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารท้องถิ่นที่อยู่ในขอบเขตกฎหมาย มีอายุ ไม่ต่ำกว่า 25 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง จากเดิมที่กำหนดไว้สูงกว่านี้สำหรับตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นหลายประเภท
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่นมากขึ้น แต่ผู้สมัครยังต้องมีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายด้วย
- “ไม่ล็อก 2 วาระ” แต่ยังดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี
สาระสำคัญอีกประการคือการ ยกเลิกข้อจำกัดเดิมที่ห้ามผู้บริหารท้องถิ่นดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระ
หลักใหม่กำหนดให้ดำรงตำแหน่ง คราวละไม่เกิน 4 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง ขณะที่ข้อจำกัดเรื่องการดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระถูกยกเลิก ทำให้ผู้บริหารที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งต่อได้โดยไม่ถูกจำกัดไว้ที่ 2 วาระติดต่อกัน
- ปรับวุฒิการศึกษา เปิดทางผู้สมัครหลายกลุ่ม
กฎหมายใหม่กำหนดคุณสมบัติด้านการศึกษาแตกต่างกันตามประเภทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่
- นายก อบจ. ต้องจบไม่ต่ำกว่า อนุปริญญา ปวส. หรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ตามที่กฎหมายกำหนด
- นายกเทศมนตรี ต้องจบไม่ต่ำกว่า อนุปริญญา ปวส. หรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ตามที่กฎหมายกำหนด
- นายก อบต. ต้องจบไม่ต่ำกว่า มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาตำบล สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา
ดังนั้น ประเด็น “วุฒิการศึกษา” ไม่ได้กำหนดเกณฑ์เดียวกันสำหรับนายกท้องถิ่นทุกประเภท แต่ขึ้นอยู่กับกฎหมายจัดตั้งของแต่ละองค์กร
- แก้หลักเกณฑ์ลักษณะต้องห้ามเกี่ยวกับ “สื่อ”
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือการปรับถ้อยคำเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน โดยต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ใหม่และข้อเท็จจริงของกิจการนั้น ๆ
จึงไม่ควรสรุปแบบเหมารวมว่า “ถือหุ้นสื่อ = หมดสิทธิสมัคร” ในทุกกรณี ผู้ประสงค์สมัครต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและเงื่อนไขตามกฎหมายฉบับใหม่โดยตรง
กติกาใหม่ ใครได้ประโยชน์?
การแก้กฎหมายครั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างการแข่งขันทางการเมืองท้องถิ่น เพราะ
อายุลด → คนรุ่นใหม่มีทางเข้าสู่สนามมากขึ้น
เลิกล็อก 2 วาระ → ผู้บริหารเดิมมีโอกาสลงต่อได้
ปรับวุฒิ → ขยายฐานผู้มีสิทธิสมัคร
ขณะเดียวกัน การไม่จำกัดจำนวนวาระก็ทำให้การแข่งขันทางการเมืองท้องถิ่นมีประเด็นใหม่ที่ต้องจับตา เพราะผู้ดำรงตำแหน่งเดิมสามารถกลับมาขอคะแนนเสียงจากประชาชนได้อีก หากยังผ่านคุณสมบัติและได้รับเลือกตั้ง
ประชาชนและผู้ที่เตรียมลงสมัครเลือกตั้งท้องถิ่นจึงควรตรวจสอบ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ระยะเวลาการมีชื่อในทะเบียนบ้าน และเงื่อนไขอื่น ๆ ตามกฎหมายฉบับเต็มและประกาศของ กกต. ก่อนสมัครทุกครั้ง
อ้างอิง: ราชกิจจานุเบกษา, สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และข้อมูลประกอบการแก้ไขกฎหมายท้องถิ่น
สำนักข่าววิหคนิวส์
#กฎหมายท้องถิ่น #เลือกตั้งท้องถิ่น #นายกอบจ #นายกเทศมนตรี #นายกอบต #อบจ #เทศบาล #อบต #การเมืองท้องถิ่น #ราชกิจจานุเบกษา #วิหคนิวส์
