กรุงเทพฯ — วันที่ 17 สิงหาคม 2569
ประเด็นการควบคุมและการพกพาอาวุธปืนร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง หลัง นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคก้าวล้ำ เดินทางยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าตรวจสอบการครอบครองและการพกพาอาวุธปืนของนักการเมืองและบุคคลที่ทำหน้าที่ติดตามหรือรักษาความปลอดภัย
ข้อเสนอสำคัญคือให้ตรวจสอบ รถของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว. รวมถึงผู้ติดตามและทีมรักษาความปลอดภัย โดยเน้นการตรวจสอบแบบไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงจากการปฏิบัติจริง
นายมงคลกิตติ์ระบุในทำนองว่า หากต้องการตรวจสอบเรื่องอาวุธปืนอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่ไม่ควรแจ้งเป้าหมายล่วงหน้า พร้อมเสนอให้ขยายการตรวจสอบจากบุคคลระดับประเทศก่อน แล้วจึงขยายไปยังนักการเมืองท้องถิ่นและกลุ่มอื่น
“ค้นเลย ไม่ต้องบอกล่วงหน้า รับรองว่าเจอเพียบ”
🔥 จี้ตรวจ “ปืนมีทะเบียน” กับ “สิทธิพก” ต้องแยกกัน
นายมงคลกิตติ์ยังเน้นประเด็นสำคัญว่า การมีอาวุธปืนที่จดทะเบียนถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่าผู้ครอบครองจะมีสิทธิพกพาอาวุธปืนออกไปในที่สาธารณะได้โดยอัตโนมัติ
จึงเสนอให้ตรวจสอบเป็นขั้นตอนว่า บุคคลดังกล่าวมีอาวุธปืนอยู่จริงหรือไม่ อาวุธปืนมีทะเบียนถูกต้องหรือไม่ และหากมีการพกพา มีใบอนุญาตพกพาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ทั้งนี้ การตรวจค้นรถหรือบุคคลจริงต้องดำเนินการตาม อำนาจและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่สามารถค้นได้โดยไม่มีเงื่อนไขเพียงเพราะเป็นรถของนักการเมือง
🚨 ขยายผลถึงทีมติดตาม-รักษาความปลอดภัย
อีกจุดที่ถูกจับตาคือข้อเสนอให้ตรวจรถของ ผู้ติดตามรัฐมนตรี นักการเมือง และทีมรักษาความปลอดภัย ด้วย เพราะบุคคลกลุ่มนี้อาจมีเหตุจำเป็นในการครอบครองหรือพกพาอาวุธ แต่ต้องตรวจสอบให้ชัดว่าอยู่ภายใต้ใบอนุญาตและเงื่อนไขทางกฎหมายหรือไม่
ข้อเสนอครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงเรื่องมาตรการควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาล ซึ่งกำลังถูกจับตามองอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะคำถามเรื่อง “มาตรฐานเดียวกัน” ในการบังคับใช้กฎหมายกับประชาชน นักการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐ
ประเด็นจึงถูกโยนตรงไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า หากจะเดินหน้าคุมเข้มอาวุธปืนจริง การตรวจสอบต้องครอบคลุมทุกกลุ่ม และต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานว่าใครมีปืน ใครพกปืน และใครมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ และรายงานข่าวเกี่ยวกับข้อเสนอให้ตรวจสอบการครอบครองและพกพาอาวุธปืนของนักการเมือง
