ดร.สมชาย แสวงการ อดีตประธานกรรมมาธิการวุฒิสภา ระบุว่า
🩸🩸จาก “น้ำมันเถื่อน” สู่ “น้ำมันเถื่อนกลับทิศ”: เมื่อส่วนต่างราคา กลายเป็นช่องโหว่ให้ไอ้โม่งสูบน้ำมันออกนอกประเทศ
ในอดีต เราคุ้นเคยกับภาพเรือประมงและกองเรือลึกลับที่ “ขนน้ำมันเถื่อนเข้าไทย” เพราะภาษีสรรพสามิตและการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันบ้านเรา
ทำให้ราคาน้ำมันสูงกว่าเพื่อนบ้าน พ่อค้าหัวใสจึงลักลอบ ขนมาขายตามชายฝั่งภาคใต้และสมุทรปราการ ชลบุรี กินส่วนต่างกันจนร่ำรวย
🩸แต่มาวันนี้… เกมพลิกด้าน แต่คนเล่นหน้าเดิม?
เมื่อวิกฤตพลังงานบีบให้รัฐบาลต้อง “อุ้มราคาน้ำมัน” ในประเทศจนต่ำกว่าตลาดโลก โดยใช้เงินมหาศาลจากกองทุนพลังงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “น้ำมันเถื่อนไหลออก”
🩸ทำไมน้ำมันในปั๊มถึง “ระเหย” ไปกลางทะเล? จนปั๊มน้ำมันร้องระงมว่าถูกตัดโควตาไปครึ่งหนึ่ง
คำถามที่ต้องตอบให้ชัดคือ เมื่อน้ำมันในไทยถูกกว่าต่างประเทศ “ไอ้โม่ง” ที่มีกองเรือ มีเครือข่าย และมีประสบการณ์ค้าของเถื่อนโชกโชน กำลังดูดน้ำมันจากโรงกลั่น จากส่วนขายส่ง หรือแม้แต่จากปั๊มน้ำมันไทย ขนใส่เรือออกไปขายฟันกำไรในทะเลและต่างประเทศใช่หรือไม่?
• กำไรสองเด้ง: เด้งแรกได้จากส่วนต่างราคาที่รัฐอุ้มไว้ เด้งสองได้จากกำไรขายตรงในราคานอกประเทศ
• ตรวจสอบยาก? เมื่อมีคนท้าให้ไปเช็กกำไรปั๊มน้ำมันบางยี่ห้อ ผมกล้าฟันธงว่า “ไม่มีทางเจอความผิดปกติ” เพราะเอกสารทุกอย่างจะดูสะอาดสะอ้าน แต่ตัวเลขที่หายไปคือ “ปริมาณ” ที่รั่วไหลออกสู่ช่องทางธรรมชาติ
🩸ถ้า “นายกฯ อนุทิน” บอกว่า “ไม่รู้” ก็คงยากที่จะบริหารประเทศต่อ
แต่ถ้า “รู้แล้วไม่จัดการ” หรือเกรงใจเครือข่ายคนการเมืองที่ซ้อนทับอยู่ข้างหลัง ก็จะหนีไม่พ้นคำครหาว่า “หยิกเล็บ เจ็บเนื้อ”
เงินที่นำมาอุ้มราคาน้ำมัน คือเงินภาษีและหนี้ที่ประชาชนต้องแบกรับ หากปล่อยให้ไอ้โม่งขนน้ำมันถูกๆ ไปขายฟันกำไรส่วนตัว เท่ากับเรากำลังกู้เงินมาปรนเปรอนายทุนน้ำมันเถื่อน ให้รวยบนความทุกข์ของคนทั้งชาติ
📌ถึงเวลาที่ต้องถามหาความโปร่งใส ไม่ใช่แค่ตัวเลขในกระดาษ แต่คือ “ปริมาณน้ำมันที่ไหลออกไปจริงๆ” ว่าไปถึงมือประชาชน หรือไปจมอยู่ในกระเป๋าใครกลางทะเล!
