Jan 25, 2026 หุ้นไทยง่อย! ตลาดหุ้นไทยรุ่งเรื่องสู่รุ่งริ่ง นายกสมาคมนักวิเคราะห์เผยตลาดหุ้นไทยดิ่งเหว 3 ปีติดรวมกัน -24% เสียหายรวมกว่า 4.25 ล้านล้านบาท สวนตลาดหุ้นทั่วโลกกำไรพุ่ง 60% ใน 4 ปีผ่านมา สภาพคล่องเงินเล่นหุ้นไทยวูบ -54% บริษัทแหยงระดมทุนตลาดหุ้นไทย ใน 5 ปีทุบหุ้นระดมทุนดิ่ง -93% จากยุครุ่งเรืองกว่า 1.3 แสนล้าน สู่ยุครุ่งริ่งเหลือไม่ถึง 9 พันล้าน
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) อดีตประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยด้วยการตั้งคำถาม ว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีความหวังหรือไม่
ปี 2025 ตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนต่ำเกือบที่สุดในโลก SET Index ติดลบ 10% ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นโลกปรับขึ้น 21% และมีแค่ 6 ตลาดหุ้นในโลกที่ให้ผลตอบแทนติดลบ ในปี 2025 ยังเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ที่ตลาดหุ้นไทยติดลบ โดยผลตอบแทนติดลบสะสม 3 ปี อยู่ที่ 24% หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดที่หายไปถึง 4.25 ล้านล้านบาท
ที่น่าเสียดาย คือโอกาสที่นักลงทุนไทยสูญหายไป เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมาคือช่วงเวลาทองของการลงทุนทั่วโลก โดยดัชนีตลาดหุ้นโลกให้ผลตอบแทนสะสมสูงถึง 60% จากแรงหนุนสำคัญของการผ่อนคลายนโยบายการเงินในเกือบทุกประเทศ
ภาวะตลาดขาลงทำให้สภาพคล่องในตลาดหุ้นไทยหดตัวลงถึง 54% จาก 4 ปีที่แล้ว จนเริ่มเข้าใกล้ภาวะที่กองทุนต่างชาติขนาดใหญ่อาจลงทุนไม่ได้ (non-investable) จากข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง ขณะเดียวกัน ระดับมูลค่าหุ้นไทย (Forward P/E) ถูกปรับลดลง (De-rate) อย่างต่อเนื่อง จนเหลือเพียง 13 เท่า และจะต่ำกว่านี้ถ้าไม่รวมบางหุ้นขนาดใหญ่ที่เทรดที่ P/E สูงผิดปกติ ที่น่ากังวลที่สุดคือเม็ดเงินระดมทุน IPO ลดลงถึง 93% จาก 136,044 ล้านบาท เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เหลือเพียง 8,992 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา
แปลง่ายๆ คือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังเข้าใกล้จุดอันตราย ที่ตลาดอาจไม่สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกระดมทุนและสร้างความมั่งคั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนที่ผ่านมา และหากไม่เร่งแก้ไขอย่างจริงจัง อาจกระทบต่อความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
โดยเฉพาะโจทย์ใหญ่ของประเทศในวันนี้ คือการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ โครงการประเภทนี้จำเป็นต้องพึ่งพาแหล่งทุนจากตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะมีระดับความเสี่ยงสูงกว่าโครงการทั่วไป จึงไม่สามารถพึ่งพาเงินกู้เพียงอย่างเดียวได้
คำถามคือ แล้วตลาดหุ้นไทยยังมีความหวังหรือไม่? ด้วยศักยภาพของประเทศไทย ผมยังเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยไม่ใช่ตลาดที่หมดหวัง แต่ไม่น่าจะฟื้นตัวได้ด้วยตัวเองแบบมีนัยสำคัญ หากไม่ได้รับ “แรงผลัก” จากภาครัฐอย่างจริงจัง
ดัชนีหุ้นคือกระจกสะท้อนความเชื่อมั่นและความคาดหวังต่ออนาคต เมื่อเศรษฐกิจโตช้า กำไรบริษัทจดทะเบียนหดตัว เงินทุนไหลออก และนักลงทุนขาดความมั่นใจ ตลาดย่อมไม่มีแรงส่งเพียงพอที่จะฟื้นตัวได้เอง
รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินการในประเด็นต่อไปนี้
1) เร่งฟื้นความเชื่อมั่นให้กลับมา ทั้งในตลาดหุ้นและเศรษฐกิจจริง สิ่งที่ตลาดหุ้นไทยขาดมากที่สุดคือ ความเชื่อมั่น ซึ่งไม่ใช่เพียงความเชื่อมั่นว่าตลาดมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล หรือมีการกำกับดูแลที่ดีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้อย่างมีคุณภาพในระยะยาว
