สำนักข่าวอิศรา- วิบากกรรมต่อเนื่อง! พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ล่าสุดโดนจำคุกอีก 2 เดือน คดีจงใจไม่ยื่นทรัพย์สิน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 26 พ.ย.2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาว่า พันตำรวจโทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผู้ถูกกล่าวหา จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ผู้ร้อง และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1) ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไปตามมาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167 ให้จำคุก 2 เดือน และให้นับโทษในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 8488/2552 ของศาลจังหวัดพัทยา และจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 816/2560 ของศาลจังหวัดกำแพงเพชร
ป.ป.ช.ส่งหนังสือ แจ้งเตือนให้ทราบถึงบ้าน 2 ครั้ง และ แจ้งข้อกล่าวหาส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่บ้านในจ.กำแพงเพชร แต่ปฏิเสธการรับ รายละเอียดคำพิพากษามีดังนี้
@เปิดรายละเอียดคำพิพากษา
คำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม 2/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 46/2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 26 เดือน พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568
ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง
พันตำรวจโทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ผู้ถูกกล่าวหา
เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้คำร้องว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 และพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3494 – 3495/2562 ผู้ถูกกล่าวหาได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง กรณีเข้ารับตำแหน่งแล้วเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 แต่ผู้ถูกกล่าวหาจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด กรณีพ้นจากตำแหน่งดังกล่าว และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น
ผู้ถูกกล่าวหาเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 8488/2552 ของศาลจังหวัดพัทยา และจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 816/2560 ของศาลจังหวัดกำแพงเพชร ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหา และลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81, 114 วรรคสอง (1), 167 และขอให้นับโทษในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 8488/2552 ของศาลจังหวัดพัทยา และจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 816/2560 ของศาลจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งทั้งสองคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว
ศาลมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา ส่งหมายเรียกและสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ โดยชอบแล้วผู้ถูกกล่าวหาไม่มาศาล ออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหา แต่ไม่สามารถจับตัวมาได้ภายในกำหนด 3 เดือน จึงนัดพิจารณาคดีโดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าผู้ถูกกล่าวหาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 28 ประกอบมาตรา 59 วรรคหนึ่ง เมื่อผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้มาศาลในนัดพิจารณาครั้งแรก ถือว่าผู้ถูกกล่าวหา ให้การปฏิเสธตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 33 วรรคสาม ประกอบมาตรา 59 วรรคหนึ่ง
พิเคราะห์คำร้องประกอบเอกสารท้ายคำร้อง และทางไต่สวนพยานผู้ร้องปาก นางสาวอารยา แมลงภู่ทอง เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สินแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3494 – 3495/2562 จึงมีผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 101 (13) ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง กรณีเข้ารับตำแหน่งแล้ว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด กรณีพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวภายในวันที่ 15 มีนาคม 2563 ผู้ร้องมีหนังสือลงวันที่ 25 มิถุนายน 2564 แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่ายังไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องและให้ดำเนินการยื่นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ไปยังบ้านเลขที่ 254/5 หมู่ที่ 6 ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหาตามข้อมูลทะเบียนราษฎร โดยปรากฏชื่อ ทะนงศักดิ์ เกี่ยวพัน เป็นลูกจ้างเป็นผู้รับไว้แทนเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2564 ผู้ถูกกล่าวหาไม่ดำเนินการใด ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่ายังไม่ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารต่อผู้ร้อง (ครั้งที่ 2) โดยให้ดำเนินการยื่นภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือโดยส่งหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังบ้านเลขที่ดังกล่าวข้างต้นปรากฏว่า รปภ. เป็นผู้รับหนังสือไว้แทนเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2566 แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ดำเนินการใด ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังบ้านเลขที่ 254/5 ดังกล่าวของผู้ถูกกล่าวหา โดยปรากฏชื่อ เกศรา เกี่ยวพันเป็นหลานเป็นผู้รับหนังสือไว้แทนเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มาพบผู้ร้องจึงมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ดังกล่าว อันเป็นการดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าพนักงานของรัฐและดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการยื่นบัญชี พ.ศ. 2561 ข้อ 38 ปรากฏว่าไปรษณีย์นำส่งคืนผู้ฝาก ระบุเหตุผลว่า ปฏิเสธการรับ ผู้ถูกกล่าวหาเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 8488/2552 ของศาลจังหวัดพัทยาและจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 816/2560 ของศาลจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งทั้งสองคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้วตามสำเนาคำพิพากษาแนบท้ายคำร้อง ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องเป็นคดีนี้
@ ป.ป.ช.ส่งหนังสือเตือน 2 ครั้ง กลับเฉย / ไม่รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา
ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งหรือไม่
เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงเป็นเจ้าพนักงานของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4 มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อผู้ร้อง กรณีเข้ารับตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 102 (1) ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561
ผู้ถูกกล่าวหาได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง กรณีเข้ารับตำแหน่งแล้วเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องเมื่อพ้นจากตำแหน่งภายในกำหนด ย่อมเป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่สามารถตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหา ส่งผลต่อระบบการตรวจสอบความถูกต้อง ความมีอยู่จริง และความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินไม่อาจกระทำได้สมดังเจตนารมณ์ของกฎหมาย เมื่อผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบกรณีพ้นจากตำแหน่งให้ถูกต้องครบถ้วน 2 ครั้ง ผู้ถูกกล่าวหากลับเพิกเฉย แม้ได้ความว่าต่อมาวันที่ 5 กันยายน 2568 ผู้ถูกกล่าวหาได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องก็ตาม แต่ก็เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดมาหลายปี โดยไม่ปรากฏว่ามีการชี้แจงเหตุของการยื่นบัญชีล่าช้า
ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าพนักงานของรัฐต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 ข้อ 14
ฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จึงต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และเป็นความผิดฐานเป็นผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 ประกอบ มาตรา 114 วรรคสาม และมาตรา 167
ผู้ถูกกล่าวหาเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 8488/2552 ของศาลจังหวัดพัทยา และจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 816/2560 ของศาลจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งทั้งสองคดีดังกล่าวถึงที่สุดให้จำคุก จึงให้นับโทษต่อได้
@ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง จำคุก 2 เดือน ให้นับโทษต่ออีก 2 คดีอาญา
พิพากษาว่า พันตำรวจโทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ผู้ถูกกล่าวหาจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1) ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไปตามมาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167 ให้จำคุก 2 เดือน และให้นับโทษในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 8488/2552 ของศาลจังหวัดพัทยา และจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 816/2560 ของศาลจังหวัดกำแพงเพชร
@ล้มประชุมอาเซียน โดน 4 ปี
สำนักข่าวอิศรารายงานว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช.ถูกจำคุกคดี เหตุการณ์ก่อความไม่สงบของกลุ่ม นปช. เมษายน 2552 ร่วมกันชุมนุมล้มการประชุมอาเซียน สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก พ.ต.ท.ไวพจน์ 4 ปี และปรับ 200 บาท ไม่รอลงอาญา
@จริยธรรม ถือครอง ภ.บ.ท. 5 จ.กำแพงเพชร จ่อคิว
พ.ต.ท.ไวพจน์ยังถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติ ชี้มูลในข้อกล่าวหา ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ฐานกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันมีลักษณะร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 17 ประกอบข้อ 3 วรรคสอง และข้อ 27 วรรคสอง ให้เสนอเรื่องการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามฐานความผิดดังกล่าว ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย อันเนื่องมาจาก ยึดถือและครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท. 5 ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 2 งาน 88 ตารางวา ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยมิชอบ รอผลคำตัดสินต่อไป
ทั้งหมดเป็นชะตากรรมของอดีต สส. เสื้อแดง ตัวพ่อ ถือว่าปิดฉากทางการเมืองเรียบร้อยแล้ว
