เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 นายทนง ขันทอง นักเขียนและนักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ กล่าวในรายการ “คนเคาะข่าว” เตือนรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงให้จับตาการขยายตัวของเครือข่าย Chabad ในประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็นเงินทุน การถือครองอสังหาริมทรัพย์ การประกอบธุรกิจ และการใช้บุคคลไทยเป็นตัวแทน หากมีกรณีเข้าข่ายนอมินี
ประเด็นร้อนอยู่ที่ข้อมูลของ Chabad Thailand ซึ่งระบุว่าเครือข่ายได้ขยายกิจกรรมในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2567 มีการจัดงานกาลาที่นครนิวยอร์ก พร้อมเปิดแคมเปญระดมทุน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาความต้องการด้านอาคารของศูนย์ต่าง ๆ ในประเทศไทย
ข้อมูลจาก Chabad เองระบุว่า ขณะนั้นมีสถาบันภายใต้ชื่อ Chabad Thailand มากกว่า 12 แห่ง และมีแผนขยายเพิ่มเติมอีก 6 แห่ง โดยครอบคลุมพื้นที่อย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน และปาย (COLlive)
ปัจจุบันข้อมูลจากเครือข่าย Chabad Lubavitch ยังแสดงศูนย์ในหลายพื้นที่ของไทย เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เกาะพะงัน เกาะสมุย นนทบุรี ปาย และภูเก็ต สะท้อนว่าการดำเนินงานของเครือข่ายมีโครงสร้างอยู่ในหลายพื้นที่จริง (Chabad Lubavitch World Headquarters)
ขณะที่ Chabad อธิบายบทบาทของตนเองว่าเป็นเครือข่ายทางศาสนาและชุมชนยิว ให้บริการด้านศาสนา อาหารโคเชอร์ การศึกษา และดูแลชาวยิวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยศูนย์ต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็นพื้นที่รองรับชุมชนและนักเดินทางชาวยิว (Jewish Thailand)
นายทนงจึงเรียกร้องให้ภาครัฐตรวจสอบในมิติที่กว้างกว่าเรื่องการท่องเที่ยวหรือกิจกรรมทางศาสนา โดยเฉพาะ แหล่งที่มาของเงินทุน ผู้ถือครองทรัพย์สิน โครงสร้างนิติบุคคล และการประกอบธุรกิจ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายไทย
ประเด็นที่ถูกจับตาเป็นพิเศษคือการถือครองทรัพย์สินผ่านบุคคลอื่น หากพบการใช้คนไทยเป็นตัวแทนแทนชาวต่างชาติ หรือมีโครงสร้างที่เข้าข่ายหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมาย รัฐจำเป็นต้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง
นายทนงยังเชื่อมโยงเรื่องดังกล่าวกับภาพใหญ่ด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความสำคัญของพื้นที่ภาคใต้ของไทย ฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน รวมถึงบริเวณใกล้ช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ของโลก
พร้อมยกบทเรียนจากประวัติศาสตร์ความขัดแย้งอิสราเอล–ปาเลสไตน์มาเป็นคำเตือนว่า ประเทศไทยไม่ควรปล่อยให้การสะสมทุน การถือครองทรัพย์สิน หรือเครือข่ายอิทธิพลจากต่างชาติขยายตัวโดยไม่มีการตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างว่าการขยายตัวของ Chabad ในประเทศไทยเกี่ยวข้องกับแผนทางการเมือง ความมั่นคง หรือการสร้างอิทธิพลเพื่อเปลี่ยนแปลงพื้นที่ของไทย ยังไม่มีหลักฐานจากหน่วยงานรัฐที่ยืนยัน และไม่ควรนำข้อสังเกตดังกล่าวไปเหมารวมต่อชาวยิวหรือชาวอิสราเอลทั้งหมด
สิ่งที่ตรวจสอบได้ชัดเจนคือ Chabad มีเครือข่ายในประเทศไทยจริง มีศูนย์ในหลายพื้นที่ และมีการประกาศแคมเปญระดมทุน 30 ล้านดอลลาร์เพื่อขยายโครงสร้างของเครือข่าย (COLlive)
ดังนั้น ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายความมั่นคงควรตรวจสอบคือ เงินมาจากไหน ใครถือครองทรัพย์สิน ใครเป็นเจ้าของกิจการ และทุกอย่างปฏิบัติตามกฎหมายไทยหรือไม่
การตรวจสอบต้องทำบนข้อเท็จจริงและใช้มาตรฐานเดียวกับต่างชาติทุกกลุ่ม เพื่อป้องกันทั้งการใช้ทุนต่างชาติผิดกฎหมาย และการกล่าวหากลุ่มใดโดยปราศจากหลักฐาน
สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงาน
#วิหคนิวส์ #ทนงขันทอง #Chabad #ChabadThailand #ความมั่นคง #ทุนต่างชาติ #นอมินี #อสังหาริมทรัพย์ #ภูมิรัฐศาสตร์ #ประเทศไทย
