เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » #ทักษิณ หนุนปล่อย 3 นิ้ว ! โดนคดี 112 อ้างไม่ได้รับความยุติธรรม แท้เจตนาถอนประกันตัวเอง

#ทักษิณ หนุนปล่อย 3 นิ้ว ! โดนคดี 112 อ้างไม่ได้รับความยุติธรรม แท้เจตนาถอนประกันตัวเอง

24 January 2023
75   0

   เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 มกราคม เฟซบุ๊ก CARE • แคร์ คิด เคลื่อน ไทย ได้ไลฟ์สด การพูดคุยกับ โทนี่ วู้ดซัม หรือ นายทักษิณ ชินวัตร ในหัวข้อ มีเรื่องคาใจ ก็ถามมาเลอ!

โดยช่วงหนึ่ง ต๊ะ นารากร ติยายน อดีตผู้ประกาศข่าว ตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ จะแก้ไขสถานการณ์ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการอดอาหาร อดน้ำ ทำให้ทุกคนเป็นห่วง จึงมีการจัดกิจกรรมยืนหยุดขัง จนวันนี้มีเจ้าหน้าพยายามที่จะขัดขวางกิจกรรมนี้อย่างไร

นายทักษิณ กล่าวว่า จบปริญญาเอกทางด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ขอตอบเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก คือ กระบวนการยุติธรรม ซึ่งกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเราถือว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ว่ากระทำความผิดหรือภาษาอังกฤษ การกล่าวหาคนในคดีอาญา ใช้คำว่า ต้องมี proveable Cross ก็คือต้องมีเหตุที่ชัดเจน มีพยานหลักฐานถึงจะกล่าวหาเขา ไม่ใช่การกล่าวลอยๆ ขณะเดียวกัน ต้องพิสูจน์จนกว่าสิ้นกระบวนความ วันนี้เขาถูกกล่าวหา เขายังไม่ได้ถูกดำเนินคดี แล้วเราไปสรุปแล้วว่า คนนี้เป็นคนไม่ดี จึงไม่ให้ประกันตัวเขา

ซึ่งอันนี้ผิดหลักของกระบวนการทางรัฐธรรมนูญ ผิดหลักของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ที่เขาต้องการจะให้ประกันตัวผู้ถูกกล่าวหาทั่วไป ไม่ว่าคดีอะไรที่ไม่หนักหนาจนจะมีการหลบหนี เขาจะให้ประกันตัว เพราะในคุกทุกวันนี้ คนจะล้นคุกอยู่แล้ว ฉะนั้น คนที่ยังไม่ถูกกล่าวหา เขาจะไม่เอาไปเข้าคุก มักจะให้ประกันตัว ซึ่งวันนี้เห็นว่า ยังมีอีกหลายสิบคนที่ยังไม่ได้รับการประกันตัว

ดังนั้น เด็กทั้ง 2 คนนี้ จึงขอเรียกความสนใจจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและจากประชาชนทั่วไป ว่า มีเพื่อนเขา ที่ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง แต่อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง หรือนำเสนอที่แตกต่าง จึงถูกดำเนินคดีและไม่ได้รับการประกันตัว ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับการติดสินลงโทษ จึงเป็นสิ่งที่อยากเรียกร้องจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีต้องมีการประชุม หารือกับทางอัยการหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ประกันตัวกับเด็กๆ เหล่านี้

นายทักษิณ กล่าวว่า ส่วนในมุมของเด็กๆ เด็กเขาไม่มีอาวุธอย่างอื่น อาวุธของเขาคือหัวใจ มีความตั้งใจและมีความจริงใจ และเด็กรุ่นนี้ต้องการความตรงไปตรงมา พูดคุยกันได้ ทุกเรื่อง ผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก เขายอมรับได้ เขาดีกว่ารุ่นแก่ๆ อีก ที่ผิดแล้วไม่รับผิด ฉะนั้น เขาสู้ด้วยอาวุธที่เขามีอยู่ ก็คือหัวใจและชีวิตของเขา ไม่มีรถถัง ไม่มีปืนใหญ่ ไม่มีอะไรมาสู้ จึงต้องสู้ด้วยแบบนี้ แต่สู้เพื่อให้เพื่อนของเขาได้รับความเป็นธรรม สู้เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมและประชาชนทั้งหลายหันมาเอาจริงเอาจังกับความเป็นธรรมในสังคม

วันนี้บ้านเราขาดความเป็นธรรมเยอะ อย่าคิดว่าเฉพาะกับเด็กๆ กลุ่มนี้ ลำพังตัวเองไม่ได้กลับบ้าน ยังเพิ่มข้อหาให้เรื่อยๆ เพราะเห็นว่าอย่างไรก็ไม่ได้กลับ อีกทั้ง ยังตั้งข้อหาให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องอีก แถมยังเป็นการให้การเท็จอีกด้วย

นายทักษิณ กล่าวว่า วันนี้กระบวนการยุติธรรม หรือองค์กรอิสระ ที่ไม่อิสระทั้งหลาย กำลังสร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมือง วันนี้ถ้าเราไม่เริ่มต้นกันใหม่ ความยุติธรรมไม่เป็นความยุติธรรม ความเล่นพวกเล่นพ้อง ทั้งๆ ที่เป็นคนไทยด้วยกัน พูดภาษาไทยเหมือนกัน แบบนี้บ้านเมืองจะแย่ ขนาดเราดีกัน ไม่ขัดแย้งกัน การแข่งขันกับทั่วโลกที่เกิดขึ้นวันนี้เรายังสู้ยาก เพราะระบบเราพังมานาน ทั้งการศึกษา และระบบราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ การเมืองที่อยู่ๆ ก็ถอยหลังและเน่าสนิท วันนี้ถ้าไม่กล้าเปลี่ยน โดยยึดหลักว่า จะนำประเทศไทยให้ทัดเทียมกับทั่วโลก

“ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่วันนี้ จะหาข้อยุติ อย่ามองแค่ว่าถ้าตายก็ชั่งมัน คือคิดแบบนี้ชิบหาย คนไม่ดีปราบคนเห็นต่าง มีแต่พัง” นายทักษิณ กล่าว

นายทักษิณ กล่าวว่า เพื่อไม่ให้ทั้ง 2 ต้องเสี่ยงชีวิต ต้องส่งโรงพยาบาลและรีบรักษาตัวโดยด่วน เสร็จเรียบร้อยและพูดคุยกัน และมาดูว่า ในฐานะผู้บริหารจะก้าวล่วงฝ่ายตุลาการได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งการเจรจาไม่ได้หมายความว่าต้องตอบสนองทุกอย่าง แต่ตอบสนองในความเป็นไปได้ ภายใต้อำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหาร แม้ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ ถ้าเห็นว่าไม่ดีก็ต้องประสานความร่วมมือ

“โบราณพูดความกลัวทำให้เสื่อม วันนี้กลัวแล้วไปทำร้ายเขาจะเสื่อม เพราะวันนี้เด็กสามารถแสวงหาความจริงได้ทุกมุม อย่าโกหก ด้วยความแตกต่างของเจเนอเรชั่นทำให้เข้าใจต่างกัน ยิ่งไม่คุยกันยิ่งทำให้เรื่องต่างๆ แย่ลง” นายทักษิณ กล่าว

ส่วนกรณีที่มีการดึงคนเห็นต่างทางอุดมการณ์เข้าพรรคเพื่อไทยนั้น นายทักษิณ กล่าวว่า เท่าที่ฟังประกาศมา มีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก ไม่กี่คนที่เคยไปร่วมงานกับ กปปส. ซึ่งถ้าเราอยากเห็นประเทศปรองดอง บางทีเราก็ต้องเข้าใจ เพราะในเมื่อเขาเข้าใจเราแล้ว และขอมาเป็นพวก ถ้าเราไม่รับจะเรียกว่า ปรองดองได้อย่างไร